REVIEWS · PRESS

รีวิวจากคณะที่เคยเที่ยวกับเรา

ທຣິບຂອງ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

บริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด (สำนักงานใหญ่)5/46  หมู่ที่ 2 ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 11140TAX ID 0125558024959ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08310

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

บริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด (สำนักงานใหญ่)
5/46 หมู่ที่ 2 ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 11140
TAX ID 0125558024959
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08310


ທຣິບຂອງ เนตรนภา แก้วแสงธรรม สร้างแบรนด์ท่องเที่ยวให้ชุมชน อุดรธานี

ถึงเวลารีแบรนด์ AMAZING THAILAND สู่ภาพลักษณ์ใหม่ ทุกตำบลคือแบรนด์ ทุกชุมชนคือเรื่องเล่า

เนตรนภา แก้วแสงธรรม สร้างแบรนด์ท่องเที่ยวให้ชุมชน อุดรธานี

เนตรนภา แก้วแสงธรรม สร้างแบรนด์ท่องเที่ยวให้ชุมชน อุดรธานี



ถึงเวลารีแบรนด์ AMAZING THAILAND

สู่ภาพลักษณ์ใหม่ ทุกตำบลคือแบรนด์ ทุกชุมชนคือเรื่องเล่า

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ กำลังเผชิญหน้ากับทางแพร่งครั้งสำคัญ เมื่อการท่องเที่ยวมีแนวโน้มซบเซาอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยรอบด้าน

กลุ่ม "4 นักสร้างแบรนด์และนวัตกรรมการสื่อสารคนรุ่นใหม่" จึงได้ออกมาเสนอยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่

พร้อมชี้ชัดว่าสโลแกนหรือแนวคิดแบบ "Amazing Thailand" ยุคเดิมที่เน้นการกวาดต้อนนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ (Mass Tourism) และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยวหลักนั้น

ไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนอีกต่อไป ควรทลายทุนผูกขาด-เลิกกวาดทริปปริมาณ

จุดเปลี่ยนท่องเที่ยวไทยหลังยุคโควิดให้กระจายสู่ทุกเทศบาลตำบล

“เราต้องพลิกโฉมสู่ “การท่องเที่ยวแบบไทยที่ยั่งยืน (Sustainable Thai Tourism)” ที่กระจายรายได้และอำนาจการบริหารลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง” เนตรนภา แก้วแสงธรรม ผู้บริหาร บริษัท ซียูอะเกน จำกัด

และสื่อมวลชนอาวุโส กล่าว “พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันถวิลหา "Authenticity" หรือความจริงใจดั้งเดิมของท้องถิ่น มากกว่าการเซ็ตฉากทัศน์เพื่อการค้า"

“ทุกตำบล ทุกเทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จำเป็นต้องลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่การลอกเลียนแบบโมเดลความสำเร็จของเมืองใหญ่

แต่เป็นการถอดรหัส (Decoding) ทุนวัฒนธรรม ทุนมนุษย์ และภูมิปัญญาในตารางนิ้วของตัวเอง เพื่อปักหมุดตำแหน่งแห่งที่ในหัวใจของนักท่องเที่ยว”

กวีวัธน์ คุณาพัทธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารองค์กร ฉายภาพสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงว่า “อดีตเราเคยขายสถานที่ แต่วันนี้โลกเปลี่ยนเป็น “ขายความรู้สึก” นักท่องเที่ยวไม่ได้อยากแค่ไปทะเล

แต่ต้องการ ประสบการณ์ ไม่ได้อยากแค่ไปวัด แต่ต้องการ “เรื่องเล่า” ประเทศไทยไม่ได้ขาดสถานที่ท่องเที่ยว แต่กำลังขาด ‘แบรนด์’ ที่ทำให้คนจดจำ และเรื่องเล่าที่ทรงพลัง

“ทุกตำบลต้องสร้างแบรนด์ ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกรุงเทพ ไม่จำเป็นต้องเหมือนภูเก็ต แต่ทุกพื้นที่ต้องตอบให้ได้ว่าเราเป็นใคร คนจะจำเราเรื่องอะไร ถ้ามาแล้วจะรู้สึกอะไร

อนาคตของการท่องเที่ยวไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีทะเลสวยกว่า ถ่ายภาพสวยกว่า แต่คือใคร ‘เล่าเรื่องตัวเอง’ ได้ดีกว่า สร้าง Soft Power ท้องถิ่น คือ ทุนทางวัฒนธรรม”



เพ็ญมาศ อติศัพท์ นักวิชาการด้านนวัตกรรมเอไอ ระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคหลังโควิดไม่ชอบโฆษณาที่เกินจริง แต่โหยหาความจริงใจและวิถีชีวิตดั้งเดิม

รัฐบาลต้องเลิกมองสินค้าชุมชนเป็นแค่ "ของฝากราคาถูก" แต่ต้องใช้กลไกของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาทำให้ โอท็อปเป็น Local Luxury

โดยการนำดีไซเนอร์ระดับประเทศหรือระดับสากลลงพื้นที่ทำ Cross-Branding ร่วมกับชุมชน

“รัฐบาลต้องติดอาวุธเทคโนโลยีให้ชาวบ้าน ปลดล็อกกฎหมายและจัดสรรงบประมาณตรงสู่ท้องถิ่น ให้เทศบาลสามารถลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แพลตฟอร์มชุมชน

และการสร้างแบรนด์อัตลักษณ์เมือง (Place Branding) ได้อย่างคล่องตัว มีงบประมาณและอำนาจทางกฎหมายในการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพราะชาวบ้านในชุมชน

ไม่มีงบประมาณจ้างเอเจนซี่โฆษณาแพง ๆ กระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม (DE) อาจร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลชุมชน

บ่มเพาะทักษะการใช้สมาร์ตโฟนและเทคโนโลยี AI ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ข้าราชการท้องถิ่นและชาวบ้านเข้าถึงฟรี”

ด้าน เมธิกา เมฆฉาย นักวิชาการอิสระด้านการสื่อสาร และประธานกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะรุ่นใหม่สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมสรุปสูตรสำเร็จการเป็นนักสื่อสารชุมชนผ่านหลักคิดว่า ทุกตำบลต้องสร้างแบรนด์

ทุกชุมชนต้องมีเรื่องเล่า และทุกคนต้องเป็นนักสื่อสาร



“เพราะคนที่เล่าเรื่องของตัวเองได้ดีที่สุด คือคนที่อยู่ในชุมชนนั้นเอง โดยใช้ Smart Technology เป็นเครื่องมือสำคัญในการพาแบรนด์ท้องถิ่นไปสู่สายตาของโลก หากมีแค่นักประชาสัมพันธ์ของเทศบาล

หรีอ ททท. โพสต์อยู่ฝ่ายเดียว อัลกอริทึมของโลกโซเชียลจะไม่มีวันดันให้คลิปเป็นไวรัลได้ พลังที่ขับเคลื่อนพร้อมกันนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลบนโลกออนไลน์ ดันเศรษฐกิจฐานรากตรงสู่มือชาวบ้านทันที”

ทั้งนี้ 4 นักสร้างแบรนด์ด้านการท่องเที่ยว ได้ร่วมลงพื้นที่เวิร์คชอปถอดรหัสแบรนด์สร้างสรรค์ร่วมกับ เทศบาลตำบลผักตบ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

ภายใต้แคมเปญ "Pak Tob Decoded: 1 เส้นทาง 3 อัตลักษณ์ (ผักตบ บ้านเชียง คำชะโนด)" พลิกโฉมตำบลผักตบ จากทางผ่านสู่ประตูหน้าด่านสายมูระดับประเทศภายใต้คอนเซปต์ “ผักตบ…ประตูสู่คำชะโนด”

และได้ร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ต้นแบบอย่างเป็นทางการขึ้นที่เว็บไซต์ https://phaktop.wanpean.com/ เพื่อให้ทุกคนในชุมชนมองเห็นภาพเดียวกัน

เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ และส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของบ้านตนเองสู่สายตาชาวโลกอย่างยั่งยืนสืบไป

“ทุกคนเป็นนักสื่อสาร ทุกชุมชนเป็นแบรนด์ ทุกตำบลเป็นจุดหมาย”

“เรื่องเล่าดี มีค่ากว่าป้ายโฆษณา”

“ชุมชนสร้างเรื่อง เมืองสร้างแบรนด์ ประเทศสร้างมูลค่า"

 


ທຣິບຂອງ เนตรนภา แก้วแสงธรรม จิตอาสาช่วยอเมริกัน ตามหาผู้มีพระคุณสมัยสงครามเวียดนาม

เนตรนภา แก้วแสงธรรม จิตอาสาช่วยอเมริกัน ตามหาผู้มีพระคุณสมัยสงครามเวียดนาม

เนตรนภา แก้วแสงธรรม จิตอาสาช่วยอเมริกัน ตามหาผู้มีพระคุณสมัยสงครามเวียดนาม
ທຣິບຂອງ “เนตรนภา แก้วแสงธรรม” นำทีมเครือข่ายพันธมิตร ส่งมอบถังเก็บน้ำสะอาด เพื่อสนับสนุนภารกิจทหารไทยในพื้นที่ชายแดน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คุณเนตรนภา แก้วแสงธรรม จากบริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณกุศล ส่งมอบถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวนรวม 5 ถัง ให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณชายแดน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยที่ดีให้แก่กำลังพลที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่

“เนตรนภา แก้วแสงธรรม” นำทีมเครือข่ายพันธมิตร ส่งมอบถังเก็บน้ำสะอาด เพื่อสนับสนุนภารกิจทหารไทยในพื้นที่ชายแดน

“เนตรนภา แก้วแสงธรรม” นำทีมเครือข่ายพันธมิตร ส่งมอบถังเก็บน้ำสะอาด เพื่อสนับสนุนภารกิจทหารไทยในพื้นที่ชายแดน

อุบลราชธานี - เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คุณเนตรนภา แก้วแสงธรรม จากบริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรผู้มีจิตศรัทธา

ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณกุศล ส่งมอบถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวนรวม 5 ถัง ให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณชายแดน

เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยที่ดีให้แก่กำลังพลที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่



การส่งมอบถังเก็บน้ำในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของภาคเอกชนและภาคประชาชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าถึงน้ำสะอาด

โดยมีรายนามผู้สนับสนุนหลักและเครือข่ายที่ร่วมสมทบทุน ดังนี้:

1. มูลนิธิอุบลราชธานีอนุสาวรีย์คนดีศรีวนาลัย โดย พลโทอรรถ สิงหัษฐิต
2. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ, คุณศุภางมาศ เหลืองสมบูรณ์ และครอบครัว
3. คุณจริยาวัตร น้อยใจรักษ์, คุณอาภา ศรีสอน, คุณอริสรา พุฒซ้อนและครอบครัว และคุณลลิตา อุ่มวงศ์และครอบครัว
4. บริษัท อุบลสถาปัตย์ จำกัด, คุณภิญชัย จารุพาณิชย์กุล, คุณสิรญา แก้วพรรณา และคุณอรทัย เอี่ยวภักดีกุล
5. บริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด และคุณลักขณา ลุสวัสดิ์

คุณเนตรนภา แก้วแสงธรรม กล่าวว่า “กิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มเพื่อนพี่น้องและพันธมิตรที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล

การส่งมอบถังเก็บน้ำสะอาดในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการอุปโภคบริโภคของเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้ท่านเหล่านั้นมีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนต่อไป”

ทั้งนี้ การส่งมอบดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานทหารในพื้นที่

ซึ่งตัวแทนทหารได้กล่าวขอบคุณคณะผู้จัดทำที่เล็งเห็นถึงความจำเป็นและส่งมอบความห่วงใยให้แก่กำลังพลในครั้งนี้


ທຣິບຂອງ ซี ยู อะเกน ทัวร์เพื่อความยั่งยืน

ครม.เคาะวันหยุดให้เที่ยว รถ,คนขับ เตรียมพร้อมลดอุบัติเหตุ นเพจของ Netnapa Janeckova ซึ่งปกติทำธุรกิจทัวร์อยู่ยุโรปได้ถ่ายทอดเรื่องนี้ว่า

ซี ยู อะเกน ทัวร์เพื่อความยั่งยืน

ครม.เคาะวันหยุดให้เที่ยว รถ,คนขับ เตรียมพร้อมลดอุบัติเหตุ 22 กันยายน 2563….หยุด 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค.เพื่อให้ประชาชนเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ที่จะเดินทางต้องเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัย การเตรียมรถ เตรียมคนขับรถทุกประเภท มีความสำคัญมาก ยิ่งคนขับรถบัสที่มีคน 40-50 ชีวิตอยู่บนรถ ยิ่งต้องระวัง ซึ่งในเพจของ Netnapa Janeckova ซึ่งปกติทำธุรกิจทัวร์อยู่ยุโรปได้ถ่ายทอดเรื่องนี้ว่า

… ต้องขอบคุณโควิด-19 ที่ทำให้มีโอกาสได้จัดทัวร์ไทย แบบกรุ๊ปละ 100 คน และได้ดีลกับรถโค้ชทั่วไทย จากที่เคยดีลแต่รถยุโรป มาวันนี้ได้เรียนรู้ว่า รถโค้ชไทย ไม่มีข้อบังคับเรื่องจำนวนคนขับรถต่อวันเลย โอ๊ว แม่เจ้า ออกสี่ทุ่ม ไปถึงเชียงคานวันถัดมา และขับอีกทั้งวัน 2 วัน ติด รวมกลับที่เดิม เที่ยงคืนอีก ใช้คนขับแค่ 1 คน!!!! พอเราบอกว่า ขอ 2 คน เขาบอกว่าไม่เคยเจอ พอเราได้คนขับ 2 คนแล้ว เราขอคนขับคนที่ 3 เขางงเป็นไก่ตาแตก เรายอมจ่ายเพิ่ม เพราะความปลอดภัย คือ สิ่งที่มาอันดับ 1 และคุมงานถึงขั้นว่า ต้องเปลี่ยนกันตามคิวจริงๆ กราบขอให้ผู้เกี่ยวข้องในประเทศไทย เล็งเห็นตรงนี้ด้วยเถอะนะคะ เมืองนอก ขับรถ 5.5 ชม. ต้องพัก 1 ชม. วันหนึ่งห้ามขับเกิน 8 ชม. และเวลาพักผ่อน ต้องติดกัน อย่างน้อย 11 ชม. เขาจึงมีความปลอดภัยสูง รถบัสท่องเที่ยวน้อยมากที่จะมีอุบัติเหตุ #จำนวนชั่วโมงคนขับรถบัสต่อวัน ประเทศไทยควรมี!!!

ที่มา/คลิกดูตารางคิวคนขับรถ…Netnapa Janeckova

ที่มาข่าว https://www.sdperspectives.com

ທຣິບຂອງ Vaccination tours on the table

Netnapa Kaewsangtham, executive director of See You Again, an outbound tour operator based in Thailand, said the company unofficially floated the idea of outbound tours targeting customers who would like to get vaccinated and travel at the same time.

Vaccination tours on the table

Vaccination tours on the table

Tour operators have suggested arranging tours for those who want to get Covid-19 vaccinations abroad, though they are awaiting a clear set of rules and regulations before selling packages.

Thais took 10.6 million overseas trips with estimated spending of 340 billion baht in 2019, but the pandemic this year has forced outbound operators to close temporarily for almost five months.

Reports of vaccines being developed in many countries have brought new hope to operators struggling to generate revenue.

Netnapa Kaewsangtham, executive director of See You Again, an outbound tour operator based in Thailand, said the company unofficially floated the idea of outbound tours targeting customers who would like to get vaccinated and travel at the same time.

Aussie Ewan beats 'best mate' Bennett to Tour 11th stage
Tour operators putting quality first
Stranded holidaymakers sue tour operator

The feedback from guests was positive, as they include many elderly people who have sufficient time and high purchasing power.

"We saw pent-up demand from travellers wanting to travel abroad but who are worried about virus exposure," Mrs Netnapa said.

After discussions with overseas partners, "vaccination tours" are possible but require official approval from both Thailand and destination countries.

From Bangkok post


ທຣິບຂອງ บริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด เข้ามอบเก้าอี้จำนวน 50 ตัว ให้แก่แผนกการศึกษาเรือนจำจังหวัดอุบลราชธานี

โครงการนี่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างธรรมาภิบาลของบริษัท ที่คืนกำไรสู่สังคม

บริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด เข้ามอบเก้าอี้จำนวน 50 ตัว ให้แก่แผนกการศึกษาเรือนจำจังหวัดอุบลราชธานี

บริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด โดยนางเนตรนภา แก้วแสงธรรม และนางSee You Againเข้ามอบเก้าอี้จำนวน 50 จัว ให้แก่แผนกการศึกษา เรือนจำจ.อุบลราชธานี โครงการนี่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างธรรมาภิบาลของบริษัท ที่คืนกำไรสู่สังคม


ທຣິບຂອງ ประมวลภาพกิจกรรมการกำกับดูแลกิจการ และความรับผิดชอบต่อสังคม

ประมวลภาพกิจกรรมการกำกับดูแลกิจการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ของบริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด

ประมวลภาพกิจกรรมการกำกับดูแลกิจการ และความรับผิดชอบต่อสังคม

ประมวลภาพกิจกรรมการกำกับดูแลกิจการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ของบริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด


แจกนมให้เด็ก ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19

ภาพข่าว จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 6 เมษายน 2563


ທຣິບຂອງ งานเปิดตัวหนังสือ Unseen Castle โดยเนตรนภา แก้วแสงธรรม

งานเปิดตัวหนังสือ Unseen Castle โดยเนตรนภา แก้วแสงธรรม

งานเปิดตัวหนังสือ Unseen Castle โดยเนตรนภา แก้วแสงธรรม

งานเปิดตัวหนังสือ Unseen Castle โดยเนตรนภา แก้วแสงธรรม




Unseen Castles 

โดยสำนักพิมพ์ซันมูนทรี SUN MOON TREE (www.octpublishing.com) จะพาคุณเที่ยว 13 ปราสาทเล็ก แต่อลังการความรู้สึก ใน “สาธารณรัฐเช็ก” 


โดยนักเขียนเรื่องท่องเที่ยวคุณภาพ เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา

หนังสือเล่มนี้ พิมพ์ครั้งที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ราคา ๒๕๐ บาท จำนวนหน้า ๒๐๘ หน้า ISBN ๙๗๐-๙๗๔-๘๗๐๑-๕

หากคุณคือคนหนึ่งที่ชอบเรื่องราวปรัมปรา คุณจะหลงรักสาธารณรัฐเช็ก หากคุณหลงใหลในความหรูหราอลังการและประวัติศาสตร์อันยาวนาน คุณจะชอบเล่มนี้

แถม DVD เที่ยว 2 ปราสาทใหญ่ในเช็ก Exclusive



Product Details
Copyright SUN MOON TREE (Standard Copyright License)

EditionFirst Edition @ 2008PublisherSUN MOON TREE

Published August 15, 2010 LanguageThai

Pages192

Unseen Castles 13 ปราสาทเล็กโรแมนติกใน "สาธารณรัฐเช็ก"

Contents

  1. บทนำเที่ยวปราสาทแบบสาวโบฮีเมียน
  2. Royal Summer Palace ปราสาทฤดูร้อน
  3. Schwarzenberg Palace ปราสาทรักดอกเหมย
  4. Prague Castle ปราสาทแห่งแจ๊ส
  5. Stirin Zamek ปราสาทสายลับ
  6. Pruhonice Castle ปราสาทสวนสวย
  7. Dobris Chateau ปราสาทส่วนตัว
  8. Sazavaky Klaster ปราสาทนักบวช
  9. Krivokat Castle ปราสาทสมรักสมรส
  10. Kokorin Hrad ปราสาทแห่งกวี
  11. Zbraslav Chateau ปราสาทศิลป์เอเชีย
  12. Vysehrad Castle ปราสาทเจ้าหญิงโบฮีเมียน
  13. Troja Chateau ปราสาทบาโรก
  14. McEiy Chateau ปราสาทปีศาจ
  15. บทส่งท้ายเจ้ามีจริงหรือฤๅปราสาทแค่ภาพลวงตา?
  16. ภาคผนวกศัพท์จำเป็นในการท่องเที่ยวปราสาทเล็ก
  17. จากสนามบินสู่ตัวเมือง
  18. 6 เรื่องต้องรู้ก่อนมาปราก
  19. แนะนำโรงแรมในปราก

ซื้อหนังสือ

หากต้องการสั่งซื้อ ราคา 237.50 บาท พร้อมส่ง

ติดต่อได้ที่ เบอร์ 08-269-5866 

ผลงานเขียนเล่มอื่นๆของเนตรนภาแก้วแสงธรรม

ปรากในรอยหนาว

อุ่นยิ่งกว่าเก่าแม้หนาวยิ่งกว่าเดิม 

ผลงานเล่มที่ 2 ของผู้เขียน Paris 0' c. ลมหนาวในปารีส

แนะนำเที่ยวกรุงปรากสาธารณรัฐเช็กอย่างละเอียดยิ่งกว่าผู้ประสานงานทัวร์เลาะลัดไปตามสถานที่ไฮไลต์สไตล์หนาวโรแมนติกย่ำปรากตามตำนานจากเมืองที่ก่อสร้างจากความฝันของเจ้าหญิงโบอีเมียนปราสาทกรุงปรากปราสาทในวิมานตามรอยคาฟก้านักเขียนเรื่องเหนือจริงชมศิลปะอาร์ตนูโวเรอเนซองส์บาร็อคบนถนนสายโรแมนติก เดินไปตามสะพานชาร์ลที่สวยที่สุดในยุโรป ซอกซอนย่านเมืองเก่าที่เหมือนอยู่ในเทพนิยายและตำนานเรื่องเล่ากรุงปรากที่ต้องหลงใหลใฝ่ฝันอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต

รายละเอียดหนังสือ

ISBN: 9789748818108 (ปกอ่อน) 200 หน้า

ขนาดรูปเล่ม : 146 x 210 x 11 มม.

น้ำหนัก : 275 กรัม

เนื้อในพิมพ์: คละสี

ชนิดกระดาษ : กระดาษปอนด์

สำนักพิมพ์: เนตรนภาแก้วแสงธรรม

เดือนปีที่พิมพ์ : 3/2007

Contents

  1. Once Upon a Prague
  2. เพชรน้ำงานแห่งยุโรป
  3. เจ้าหญิงแห่งกรุงปราก
  4. ปราสาทในวิมาน
  5. มหาวิหารในวิมาน
  6. เยือนสุสานราชวงศ์
  7. ระฆังแห่งโบฮีเมีย
  8. เสี่ยงทายกับนาฬิกา
  9. เสน่ห์บ้านเก่า
  10. รักที่ผิดหวัง
  11. เรื่องตลกของบ้านกบ
  12. บทเพลงแห่งโมสาร์ด
  13. นัสการาโนปราก
  14. เทคนิคเที่ยวปราก

Paris 0' c. ลมหนาวในปารีส 

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับเรื่องราวการเดินทางและสายลมหนาวในนครที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกที่สุดในโลก “ปารีส” จากนักเดินทางตัวเล็กๆที่พยายามสอดส่องหาช่องทางนอกคู่มือท่องเที่ยวเพื่อเก็บเรื่องราวเฉพาะตัวมาเล่าให้คนอื่นๆฟังที่ทั้งหนาวทั้งขำและปารีสจะอยู่ในหัวใจคุณ...ชั้นในสุด เธอบอกว่าทั้งหนาวยะเยือก...และอบอุ่น...อย่างประหลาดแล้วมันจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย มนต์เสน่ห์ของปารีสรอคุณผู้อ่านเดินทางไปพร้อมกับเธอแล้วในเล่ม โดยมีภาพประกอบสวยงามแต่งแต้มบรรยากาศให้กับคุณไปตลอดทั้งเล่ม

สารบัญ

1 ปารีสที่ไม่รู้จัก

2 บทเรียนแรกในเมโทร

3 จูบแรกฝรั่งเศส

4 โรงแรมของคนมีสติ

5 เริ่มต้นทริปที่มาเรส์ดงผู้ดีปารีส

6 คารวะวีกตอร์อูโก

7 เมโทรการเดินทางสายสั้นที่อย่าคาดหวัง

8 ภาพถ่ายขาวดำความทรงจำสี่สี

9 ปอมปิดูไปดูหนุ่มสาวร่วมสมัย

10 Palais de Tokyo พิพิธภัณฑ์ซ่า แสบ และกวน

11 แผนที่มีชีวิตสุดหล่อ

12 ฉันมาที่นี่เพื่อหลงทางโดยเฉพาะ

13 ค่ำคืนไม่หลับไม่นอน

14 ถ้าอเมลียังมาอยู่ที่นี่เหมือนที่แวนโก๊ะเคยอยู่ 

15 มงมาตร์พุทธศิลป์ผู้ทรงเกียรติ

16 ชองป์เชลีเซ่ส์ถนนที่ห้ามน่าเกลียด

17 Sex in the Paris City

18 ลูฟวร์ศิลปะที่ไม่มีวันจบสิ้น

19 มนต์เสน่ห์อิมเพรสชั่นนิสม์แห่ง Musee d’Orsay

20 เที่ยวห้องสมุดเหล่หนุ่มนักอ่าน

21 สถาบันแห่งโลกอาหรับปะทุเมื่อฟาโรห์ฟิเวอร์

………….

32 ลาก่อนไม่ว่าจะค้นพบหรือสูญเสีย

รายละเอียดหนังสือ

ISBN: 9749702344 (ปกอ่อน) 206 หน้า

ขนาดรูปเล่ม : 146 x 209 x 12 มม.

น้ำหนัก : 255 กรัม

เนื้อในพิมพ์: คละสี

สำนักพิมพ์: สุดสัปดาห์, สนพ.

เดือนปีที่พิมพ์ : 01/2006


ທຣິບຂອງ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ปัจจุบันมีคนไทยมาเปิดบริษัททัวร์ที่ปรากหลายบริษัท รับทัวร์กลุ่มเล็กๆ แค่ 4-7 คน พาเที่ยวแบบส่วนตัวและเจาะลึกจริงๆ หากสนใจที่จะเที่ยวกรุงปรากในลักษณะนี้ ดูรายละเอียดได้ที่ www.netnapa.net แล้วลองเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปเที่ยว “กรุงปราก” ดูสักครั้ง

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

หากเมืองหลายเมืองที่แสนสวยงามในโลกนี้ เปรียบเหมือนดั่งสวรรค์บนดิน “กรุงปราก” เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็น 1 ในสวรรค์บนดินอีกแห่งที่นักท่องเที่ยว จากทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝันที่จะต้องเดินทางไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะความงดงามเกินบรรยายของกรุงปราก เมืองแห่งปราสาทร้อยยอด เมืองแห่งทองคำ จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนหลงใหล ว่ากันว่า “ปราก” เป็นเมืองที่สวยงามและโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงาม มีอารยธรรมที่สุดยอด มีความเก่าแก่จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ใครได้มาเยือนกรุงปรากแล้วจะลืมไม่ลงและต้องจดจำความสวยงามของเมืองนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป



ผู้ประสานงานที่พาเราเที่ยวปรากแบบเจาะลึกถึงแก่น ไม่เหมือนเที่ยวกับทัวร์ทั่วไป คือ “น้องหริ่น-เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา” สาวไทยที่มาปักหลักตั้งรกรากอยู่ที่เช็ก ด้วยการแต่งงานกับหนุ่มปรากและตั้งบริษัททัวร์เล็กๆ ทำงานอย่างมีความสุขและสนุกกับอาชีพ อ่านข่าวต่อได้ที่: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปรากเมืองในฝันสวรรค์บนดิน



ขอบคุณ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 


ທຣິບຂອງ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เรื่องราวชีวิตรักต่างเชื้อชาติภาษาของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ทีม “วิถีชีวิต” นำมาถ่ายทอดในวันนี้ บางทีอาจจะทำให้คำว่า “รักแท้” ดูมีมนต์ขลังขึ้นอีกครั้ง

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ด้วยสภาพสังคมไทยปัจจุบันที่มีข่าวคนดัง ๆ รัก ๆ เลิก ๆ กิ๊ก ๆ เกลื่อนสื่อ อาจทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยคลายความสนใจเรื่อง “รักแท้” ลงไป แต่กับเรื่องราวชีวิตรักต่างเชื้อชาติภาษาของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ทีม “วิถีชีวิต” นำมาถ่ายทอดในวันนี้ บางทีอาจจะทำให้คำว่า “รักแท้” ดูมีมนต์ขลังขึ้นอีกครั้ง...


“หริ่น - เนตรนภา แก้วแสงธรรม” จากสาวไทยธรรมดา ๆ คนหนึ่ง วันหนึ่งด้วยความรักชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป กลายเป็น “เลดี้หริ่น - เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา” จนหลายคนมองว่าเธอคืออีกหนึ่ง “ซินเดอเรลล่าเลือดไทย”

กับชีวิตก่อนหน้า จนถึงวันนี้ เจ้าตัวเล่าย้อนให้ฟังว่า เธอเกิดปี 2520 ปัจจุบันอายุ 31 ย่าง 32 ปี พื้นเพเป็นคน จ.อุบลราชธานี มีพี่น้องสี่คน เธอเป็นพี่สาวคนโต และมีน้องแฝดหญิงสามคน หลังจบมัธยมปลายเธอสอบติดคณะยอดนิยมที่ชื่นชอบ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ช่วงที่เรียนธรรมศาสตร์บ้ากิจกรรมมาก ทำทุกอย่างตั้งแต่ตั้งพรรคการเมืองนักศึกษา ลงเลือกตั้ง เป็นโต้โผทำขบวนหุ่นล้อการเมืองในงานบอลประเพณี ออกค่ายพัฒนาชนบทบนภูเขาที่ไม่มีน้ำไฟ รับบริจาคช่วยเหลือบ้านพักคนชรา ทำหมด คนอื่นอาจมองว่าเป็นคนหัวค่อนข้างรุนแรงหน่อย ๆ แต่ตัวเองรู้สึกว่าการทำกิจกรรมสนุกกว่าการเรียน แล้วทางมหาวิทยาลัยก็ให้การสนับสนุนด้วย”

หลังเรียนจบก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เริ่มจากทำงานเป็นนักข่าวออนไลน์ยุคแรก ๆ ของสื่อค่ายหนึ่ง ต้องทำข่าวทุกประเภท เคยปลอมตัวไปเป็นคนงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างจังหวัด ปลอมเป็นคนเก็บขยะไปกับรถขนขยะ ทำตัวเป็นคนเร่ร่อนหาข่าว ซึ่งความจริงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ แต่เธอบอกว่าทำสนุก ๆ คิดว่าตัวเองเป็นนักข่าวหัวเห็ด จึงชอบทำอะไรที่คนอื่นไม่กล้าทำ เพราะถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาซื้อไม่ได้

ต่อมาออกมาทำหน้าที่บรรณาธิการสำนักพิมพ์แบรนด์เอจ และบรรณาธิการบริหาร เวิร์คพอยท์ แล้วก็ออกมาเป็นโกสต์ไรเตอร์ นักเขียนอิสระ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เธอได้พบรักแท้กับ “ท่านเซอร์มาเร็ก อติลา ยาเนเชค บารอน วอน ดูด๊าซ” ซึ่งมีหุ้นส่วนเป็นนักธุรกิจชาวไทย โดยการพบกันในครั้งแรก ๆ นั้น เธอเล่าว่าต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่ถูกใจกัน ฝ่ายชายค่อนข้างจะชอบผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย ขณะที่ตัวเธอนั้นกระโดกกระเดก ไม่เรียบร้อย พูดจาโผงผาง แต่เพราะการไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวที่ปราก ชื่อ “ปรากในรอยหนาว” จึงเป็นจุดหักเห

มีโอกาสได้ศึกษานิสัยกันและกัน จนกลายเป็น “ความรัก”

“พบกันครั้งแรกที่เวทีมวยราชดำเนิน ท่านเซอร์มาเร็กมาดูมวยไทย เนื่องจากชื่นชอบกีฬานี้เป็นพิเศษ และเป็นโปรโมเตอร์มวย นำนักมวยไทยไปชกโชว์ที่ยุโรปหลายประเทศ เช่น สเปน สาธารณรัฐเช็ก และเยอรมันนี ตอนแรกที่เจอก็ไม่รู้สึกชอบเลย เพราะรู้สึกว่าเป็นคนขี้เก๊ก และดูหยิ่ง ๆ แต่ต่อมาเขาต้องการนักเขียน ก็เลยเชิญไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ไปเที่ยวที่นั่นสิบวัน กับเพื่อนช่างภาพ ทำให้มีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้น 3 เดือนต่อมาก็ตกลงคบกัน อีกประมาณ 1 ปีก็หมั้น และแต่งงานกันเมื่อ 7 ธ.ค. 2550 ตอนนี้ก็แต่งงานมาได้จะครบปีแล้วค่ะ”

เลดี้หริ่น - เนตรนภา เล่าอีกว่า ตอนแรกที่พบและคบหาดูใจกัน ช่วง 2 ปีกว่าๆ เธอไม่รู้เลยว่ามาเร็กมีฐานันดรศักดิ์อะไร คิดว่าเป็นเพียงฝรั่งที่ชอบมวยไทย และเป็นโปรโมเตอร์มวยธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพราะตลอดเวลาเขาไม่เคยแสดงตัว ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้สนใจในเรื่องยศศักดิ์อะไร จนกระทั่งแต่งงานแล้วถึงได้รู้

หลังการได้แต่งงานกับท่านเซอร์มาเร็ก ซึ่งเป็นถึงที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง รัฐสภาสาธารณรัฐเช็กด้วย เธอบอกว่า เรื่องฐานะก็แค่พอกินพอใช้ และทำให้ชีวิตสุขสบายมากขึ้นหน่อยเท่านั้น แค่เปรียบเหมือนได้เกษียณอายุทำงานก่อนเวลา ได้มีเวลาทำงานที่รักมากขึ้น คืองานเขียนหนังสือ จากที่เมื่อก่อนจะต้องทำงานเก็บเงินเป็นปี ๆ กว่าจะได้ไปเที่ยวที่ใดที่หนึ่งสักแห่ง แล้วเอามาเป็นข้อมูลเขียนหนังสือ

กับผลงานเขียน ก็อาทิ ลมหนาวในปารีส, ปรากในรอยหนาว และปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ SUN MOON TREE ที่มีผลงานล่าสุดคือ อันซีน แคสเทิล (Unseen Castles) 13 ปราสาทเล็กโรแมนติก ในสาธารณรัฐเช็ก เล่าเรื่องปราสาทยุคเก่าแห่งกรุงปรากที่โลกยังไม่เคยเห็นมาก่อนแบบละเอียดยิบ

“ก็มักมีคนบอกว่าหริ่นเป็นซินเดอเรลล่าเมืองไทย คงต้องบอกว่าไม่เป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ ซินเดอเรลล่า ต้องเป็นเจ้าหญิงตกยาก และมีแม่เลี้ยงใจร้าย แต่ตัวเองเป็นแค่คนทำงานธรรมดาเหมือนสาวออฟฟิศทั่วไป แล้วก็มีคุณแม่ใจดีด้วยค่ะ มีครอบครัวที่อบอุ่นพอสมควร”

เมื่อถูกถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม เมื่อแต่งงานแล้วเป็นบารอนนิส หรือเลดี้ เธอบอกว่า ก็เปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่ได้เปลี่ยนตัวตนที่เป็นสิ่งสำคัญ เปลี่ยนเรื่องมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เพราะสามีสนับสนุนให้เขียนหนังสือท่องเที่ยว ถ้าไม่ว่างพาไปเองเขาก็ให้ผู้ช่วยพาไป เลยมีโอกาสได้ทำงานที่รัก ส่วนเรื่องชีวิตประจำวัน สามีก็ตั้งเงินเดือนให้ ก็พยายามใช้ให้อยู่ในปริมาณนั้น ไม่ให้เกิน ไม่พยายามใช้ของยี่ห้อดังถ้าไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นก็ไม่ให้เกินเงินเดือน เวลาอยู่ที่เช็กก็จะสบายหน่อย มีคนคอยดูแล

“แต่อยู่เมืองไทย ก็ธรรมดาค่ะ ถ้าสามีอยู่ด้วยก็จะนอน กินอยู่ ในโรงแรม แต่ถ้าสามีไม่อยู่ จะไปนอนออฟฟิศที่ทำเป็นสำนักพิมพ์หนังสือ อยู่ง่าย ๆ กินริมถนนเหมือนเดิม ชอบแบบนี้ด้วยค่ะ สบายดี”
ถามต่ออีกว่าพอเป็นเลดี้แล้วได้เจอเรื่องแปลก ๆ ไหม เจ้าตัวเล่าว่า ก็มี เช่นมีคนพยายามเสนอขายที่ให้เป็นร้อย ๆ ล้าน หรือมาขอเงิน หรือขอให้หาแฟนให้ ก็ต้องอุเบกขา วางเฉย แม้จะสงสาร แต่ต้องคิดว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง เราเองก็ไม่ได้ดีกว่าคนอื่น มีทุกข์ มีปัญหาเหมือนกัน คนเรามันมีทุกข์กันคนละแบบ

“โลกเปิดกว้างขึ้น เลยมีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติกันมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องแปลก ดีหรือไม่ดี อีกต่อไปแล้ว อยู่ที่เราเลือกคนดีหรือไม่ดีมากกว่า แต่ถ้าเราพยายามตั้งใจ คิดจะมองหาแต่สามีชาวต่างชาติ ทั้งที่ความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ก็เหมือนวิ่งไล่ตามเงา ทุกอย่างก็จะไม่ราบรื่น เจอทุกข์ อาจเจอคนไม่ดี ไม่ใช่เนื้อคู่ที่ดีของเรา ปล่อยให้เป็นไปตามเบื้องบนกำหนดดีกว่า แต่จะอย่างไรก็ขอให้ทุกคนโชคดีในเรื่องของความรักนะคะ” ....เป็นทิ้งท้ายจาก “หริ่น - เนตรนภา”

“เลดี้หริ่น” ที่เบื้องบนกำหนดให้มี “รักแท้ข้ามชาติ”

รับบท‘พีอาร์ประเทศไทย’

“หริ่นมีโอกาสได้เข้าสังคมตามสมควร เพราะสามีก็เป็นนักธุรกิจด้วย เป็นโปรโมเตอร์มวยไทย จัดแข่งมวยไทยในยุโรป ก็มีโอกาสได้ไปประเทศต่าง ๆ ได้เจอประเทศแปลก ๆ การเข้าสังคมของหริ่นไม่ได้หมายถึงว่า ไปงานเลี้ยง แต่เป็นโอกาสได้ทำโครงการต่าง ๆ อย่างล่าสุด โครงการหนังสือท่องเที่ยวสาธารณรัฐเช็ก ภาคภาษาไทย พร้อมดีวีดี ซึ่ง เจ้าชายคาเรล ชวาเซนเบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเช็ก รับไว้ภายใต้การอุปถัมภ์ ทำให้มีโอกาสท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ อย่างเอ๊กซ์คลูซีฟมากขึ้น ก็ดีต่อการเขียนหนังสือค่ะ”

“หริ่น” เล่า อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าเธอจะสนใจแต่เรื่องราวของต่างประเทศ กับประเทศไทย โดยเฉพาะในยามที่การเมืองร้อนรุ่ม เป็นที่จับตาของต่างชาติ เธอเองบ่อยครั้งก็ทำหน้าที่เป็นพีอาร์ประเทศไทยกราย ๆ

“อย่างที่เช็ก สามีเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประเทศ ก็จะมีเพื่อน ๆ ที่ทำงานวงการการเมืองบ้าง ก็จะมีโอกาสได้ดินเนอร์กัน วันดีคืนดีก็จะเจอคำถาม เช่น ทำไมประเทศไทยต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญบ่อย ข้อไหน อะไร อย่างไร เราจึงต้องพยายามศึกษาเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะว่าคนที่ถามเราก็ทำงานในรัฐบาลทั้งนั้น เขาก็เก็บข้อมูลประเทศไทยเราไปจากการสนทนาง่าย ๆ แบบนี้ด้วย”

เชาวลี ชุมขำ :รายงาน
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ขอบพระคุณภาพประกอบ จากงานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ທຣິບຂອງ นิตยสารเที่ยวรอบโลก

เมื่อการท่องเที่ยวเป็นมากกว่าการเดินทาง หลายคนที่คุ้นเคยอ่านหนังสือท่องเที่ยว คงคุ้นเคยชื่อ เนตรนภา แก้วแสงธรรม หรือ คุณหริ่น ในฐานะนักเขียนเรื่องท่องเที่ยวที่เคยออกพอคเกตบุ้คเทียวยุโรปมาแล้วหลายเล่ม เมื่อต้องมาจับธุรกิจทัวร์

นิตยสารเที่ยวรอบโลก

OCT TRAVEL เมื่อการท่องเที่ยวเป็นมากกว่าการเดินทาง

Story : ชมพูนุท กงอชนะ 

หลายคนที่สนใจอ่านหนังสือท่องเที่ยว อาจคุ้นชื่อ เนตรนภา แก้วแสงธรรม หรือคุณหริ่น ในฐานะนักเขียนเรื่องท่องเที่ยวที่เคยออกพ็อกเก็ตบุ๊กเที่ยวยุโรปมาแล้วหลายเล่ม เมื่อต้องการจับธุรกิจทัวร์ในนาม บริษัท โอซีที ทราเวล จำกัด และบริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด การท่องเที่ยวในอุดมคติของเธอ จึงเต็มไปด้วยสิ่งที่มากกว่าโปรแกรมทัวร์ เรามาลองฟังเธอเล่าด้วยตัวเองดีกว่าว่า ส่วนผสมของการท่องเที่ยวในแบบของเธอนั้นเป็นอย่างไร



1. แนะนำ OCT Travel และ See you Again สักนิด

 จุดเริ่มต้นของทั้งสองบริษัทเลย เกิดจาก “หริ่น” เองได้มาทำทัวร์ เพราะมีบ้านอยู่ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ทำให้ได้ไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเช็กตลอดเวลาสิบกว่าปี ด้วยความเป็นนักเขียนเรื่องท่องเที่ยวยุโรปตลอด ขับรถเองเลยไปเรื่อยๆ แล้วเขียนหนังสือท่องเที่ยวหลายเล่ม จึงมีเพื่อน มีคนรู้จัก ให้พาเที่ยวตลอดเวลา

สมัยนั้นมีคนไทยในกรุงปรากไม่มาก ทางสถานทูตไทยในประเทศต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย หรือสื่อต่างๆ เมื่อมีคณะมากรุงปราก อยากเที่ยวเชิงเจาะลึกแบบทัวร์เมืองไทยไม่จัด หรือจำเป็นต้องดูงาน ก็มาบอกให้หริ่นจัดให้หน่อย เพราะหริ่นมีบริษัททัวร์จดทะเบียนที่กรุงปรากอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มเลย ก็เลยเอามาใช้ ทำให้ติดต่ออะไรได้ง่าย ทั้งรถ โรงแรม ผู้ประสานงาน ฯลฯ ในราคาท้องถิ่นได้สะดวก

พอทำมากๆ เข้า จากที่ช่วยทำให้ฟรีๆ เหมือนกับเราเป็นคนไทย เป็นศูนย์รวมให้ความช่วยเหลือ ไปๆมาๆ ก็ต้องกลายเป็นทำทัวร์ธุรกิจเต็มรูปแบบ เพราะบอกกันแบบปากต่อปากเรื่อยๆ ค่ะ

สรุปแล้ว บริษัทโอซีที ทราเวล จำกัด เป็นบริษัททัวร์ขอบคนไทยในยุโรป จดทะเบียนในสาธารณรัฐเช็ค มาตั้งแต่ปี 1999 ส่วนบริษัทซี ยู อะเกน จำกัด จดทะเบียนในประเทศไทย ทั้งสองบริษัทเป็นพาร์ทเนอร์กันค่ะ

เราทำงานร่วมกันเพื่อจัดทัวรแบบส่วนตัวในยุโรปให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย โดยเราบริการทั้งทัวร์ส่วนตัวแบบรถตู้ ทัวร์โดยรถโค้ชและรถบัส เราเน้นทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัว เหมือนไปกันเอง แต่ดำเนินการแบบบริษัท เชื่อถือได้

2. เอกลักษณ์และความพิเศษของทัวร์ ทั้งในแง่เส้นทางและบริการ 

เราเน้นทำทัวร์รูปแบบใหม่ คือ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากเที่ยวเส้นทางใหม่ๆ เจาะลึก และเที่ยวกับคนท้องถิ่นที่เข้าใจวัฒนธรรมยุโรป พาเที่ยวแบบเป็นอิสระ ไม่ต้องรีบเร่งค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ การท่องเที่ยว ไม่ได้เน้นที่จุดหมายปลายทางอีกต่อไปแล้ว ทุกสถานที่ถูกค้นพบแล้ว แต่สาเหตุที่คนเดินทาง เพราะต้องการดื่มด่ำกับรสชาติและความสุขของการเดินทาง ดังนั้น เที่ยวกับใคร เที่ยวอย่างไร จะสำคัญกว่า หรือเรียกง่ายๆ ว่า ระหว่างทาง สำคัญกว่าจุดหมาย

ใครๆ ก็ทำทัวร์ได้ แต่ใครจะทำ “ทริปเดินทาง” ให้เป็นการเดินทางได้อย่างแท้จริง

เราต้องการตอบโจทย์ตรงนี้ค่ะ

นอกจากนี้ ก็ยังมีกลุ่มนักเดินทางแบบรุ่นเก่า ที่มีความฝันเฉพาะตัว เราก็เข้าใจ ทุกคนอยากเสพความรื่นรมย์จาการเดินทางในแบบของตัวเอง ดังนั้น หากลูกทัวร์อยากเที่ยวแบบไหน เราจัดให้ เพราะเราถือว่า แต่ละคนมีสไตล์ รสนิยมการเที่ยวที่แตกต่างกัน เราในฐานะเจ้าบ้าน จะช่วยให้ฝันของผู้เดินทางเป็นจริงค่ะ

1. ทำเอง ไม่ส่งต่อ หริ่นเป็นผู้จัดการที่มีประสบการณ์ในการเดินทางยุโรปสิบกว่าปี ที่เดินทางเองตลอด และหริ่นจะคุยกับลูกค้าทุกท่านด้วยตัวเอง ควบคุมงานเองหมด ด้วยความเป็นนักเขียนหนังสือท่องเที่ยวมาก่อน เราทำธุรกิจไม่ได้เป็นธุรกิจ 100% แต่เรามีศรัทธาในการเดินทาง อยากให้ลูกค้ามีความสุข ไม่ใช่แค่ทัวร์ อันนี้จึงเป็นจุดแข็ง เราทำทัวร์เอง และไม่ส่งต่อ เพราะถ้าอะไรควบคุมคุณภาพเองไม่ได้ เราจะไม่ทำค่ะ

2. เอกลักษณ์ของทัวร์ส่วนตัว การเดินทางแบบส่วนตัวของเรา มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา โปรแกรมเสริมต่างๆ กิจกรรมพิเศษ โรงแรมที่พักตามที่ชอบ อาหารการกินไม่เน้นร้านทัวร์ลง แต่เน้นร้านดังแบบคนท้องถิ่นชอบรับประทาน ไม่พาลูกค้าไปร้านชอปปิ้งที่เน้นคอมมิสชั่น เราทำทัวร์รูปแบบใหม่เลยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าจริงๆ ตอนนี้อาจดูไม่ใหม่ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่หริ่นเพิ่งเริ่มทำ ถือว่าคอนเซปต์นี้ใหม่มากค่ะ และตอนนี้ก็ยังเวิร์คอยู่

3. ทีมงานที่น่ารัก เราคัดเลือกแต่ทีมงาน ทัวร์ลีดเดอร์ และคนขับรถที่มีแรงบันดาลในการทำงาน และดูแลลูกทัวร์แบบเพื่อนพาเที่ยว ไม่ใช่แบบทัวร์กรุ๊ปใหญ่ทั่วๆไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการยุคใหม่ ที่ต้องการเดินทาง ไม่ใช่แค่เที่ยวค่ะ แต่ก็ต้องการความเป็นกันเอง ไม่เกร็ง ไม่เป็นทางการ เกินไป และทัวร์จะสนุกไม่สนุกอยู่ที่ทัวร์ลีดเดอร์ค่ะ

นั่นคือ คีย์ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จแบบปากต่อปาก บางครั้งคุณอาจไปเที่ยวกับหัวหน้าทัวร์ที่ทำงานทุกวันจนอ่อนล้า และทำให้ทริปของคุณดูเนือยๆ ไปเลย แต่โอซีทีทราเวล และซี ยู อะเกน จะให้ความสำคัญมาก เรื่องที่ทัวร์ลีดเดอร์ต้องไม่ทำงานมากเกินไป และมีพลังล้นเหลือทุกๆ ทริปค่ะ และ “คนขับรถ” ของ?เรา จากที่ลูกทัวร์ชอบบ่นว่าคนรถยุโรปมีปัญหา ไม่ชอบ แต่คนรถเราน่ารักดูแลลูกค้าดีทุกคนค่ะ ทำให้ลูกค้าชอบเที่ยวแบบนี้มากขึ้น ติดใจ

4.เส้นทาง คือของจริง ในเรื่องเส้นทาง เราออกแบบให้เขากับความต้องการของนักเดินทาง โดยไม่หมกเม็ดเรื่องต้นทุน ไม่เอาตัวเองไปอยู่ภายใต้ราคา ดังนั้นโปรแกรมของเราจึงไม่เหมือนใคร เพราะจากความต้องการของลูกค้า เราสามารถให้คำแนะนำได้จริงว่าอะไรน่าเที่ยว อะไรไม่น่าเที่ยว และแต่ละเมือง ควรเที่ยวที่ไหน ไม่มีการนั่งรถผ่านอย่างเดียว หรือไปแล้ว ไม่พาไปที่ที่ควรจะไป

3. เส้นทางท่องเที่ยวที่อยากแนะนำ

เส้นทางที่เราถนัด และเป็นเจ้าที่เจ้าทางอยู่ (หัวเราะ) แบบว่า ถ้าไม่เลือกเรา ขออนุญาตงอนแพ้พ นั่นคือ เชค ออสเตรีย ฮังการี และเยอรมัน ถ้าไม่อยากผิดหวัง หลับตาจิ้มนิ้วมาที่เรานี่ ได้เฮ

ส่วนเส้นทางที่อยากแนะนำให้ลองมาเที่ยวกับเรา เพราะยังมีคนจัดไม่เยอะ ก็คือ สโลวีเนีย โครเอเทีย โปแลนด์ และสแกนดิเนเวียค่ะ

และที่เราจัดเรื่อยๆ คือ อิตาลี ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ประเทศเหล่านี้ ขายดีตลอดการอยู่แล้ว

อนาคตเราจะเปิดเส้นทาง ทริปส่วนตัว เจาะลึก “รัสเซีย” เพราะเราลงพื้นที่ และได้ทีมงานที่
เชื่อถือได้ มีศักยภาพ และเราพร้อมจะทำตลาดราคาพรีเซล เพื่อให้ลูกค้าติดใจก่อนค่ะ

4. หลักการทำทัวร์ที่ยึดถือตลอดมา

ใช้ความจริงใจและซื่อสัตย์เอาชนะใจลูกทัวร์ค่ะ เพราะในวงการทัวร์ สิ่งนี้สำคัญที่สุด คุณทำตามที่พูดได้ไหม ลูกค้าไม่ได้คาดหวังมากไปกว่าที่คุณบอก

ทั้งตอนที่เขายังไม่ตัดสินใจซื้อ และระหว่างเขาเที่ยวกับเราแล้ว มีอะไรก็บอกตรงๆ ไม่ต้องไปสร้างภาพเพื่อให้ลูกทัวร์เลือกเราก่อน เราจะให้ภาพจริงๆ อย่างกันเอง สื่อสารง่ายๆ และต้องรักษาคำพูด สวยหรือไม่สวย เอาให้ชัด น่าเที่ยวหรือไม่น่าเที่ยวตอนเดือนไหน เอาตรงๆ อย่าชักจูง หว่านล้อมให้ผิดหวัง

และมีความเข้าใจลูกค้าด้วย เข้าใจว่า แต่ละคนมีความชอบ พื้นเพ ประสบการณ์ ไม่เหมือนกัน เราจะ educate ลูกค้าให้เข้าใจความเป็นยุโรป แล้วลูกค้าจะได้สามารถเที่ยวแบบส่วนตัว ซึ่งไม่เหมือนทัวร์กรุ๊ปใหญ่ได้อย่างมีความสุข

นอกจากนี้ หริ่นอยากให้ลูกค้าคนไทย เป็นนักท่องเที่ยวชั้นดีของยุโรป ไม่มีปัญหาเหมือนบางชาติ เพราะเราอยู่ที่ยุโรปมานาน เข้าใจว่าคนยุโรปเป็นอย่างไร และเราทำทัวร์เอง อยากให้คนไทยเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี เคารพวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในแต่ละท้องที่ที่เราไป จะได้เที่ยวอย่างมีความสุข ทั้งคนไปเที่ยวและเจ้าบ้าน

ดังนั้น เราจะกล้าบอกลูกทัวร์ว่า ไปแล้ว เข้าคิวนะคะ อยู่โรงแรม ช่วยกันแยกขยะนะคะ ไม่เสียงดังเกินไปนะคะ เที่ยวให้สนุกและศึกษาเรื่องวัฒนธรรมด้วย เป็นการแชร์ระหว่างการเดินทางค่ะ ไม่อยากให้ไปแล้วไปแซงคิว รีบเร่งกับเวลา กอบโกย ทำร้ายสถานที่และสิ่งที่สวยงามนะคะ ฝากไว้ด้วยค่ะ เพราะยุโรปจริงๆ แล้วก็คือบ้านเรา คือ โลกใบเดียวกัน

5. กลุ่มลูกค้าหลัก

ลูกค้าเรามีทุกกลุ่ม ไม่ใช่ว่าเป็นกลุ่มมีเงินเที่ยวแบบส่วนตัวอย่างเดียว หริ่นสามารถจัดทัวร์ให้ได้ตามบัดเจทของท่าน เพราะเราอยากทำให้ทุกสาขาอาชีพได้มีโอกาสเที่ยวดีๆ ค่ะ กำไรมากบ้าง น้อยบ้าง ก็ไม่เป็นไร เพราะเราทำเอง นี่คือจุดยืดหยุ่นของเรา

6. เป้าหมายของบริษัท

หริ่นอยู่ยุโรปมา 10 ปี ทำงานกับฝรั่งในฟีลรถบัส รถเช่า โรงแรม ผู้ประสานงาน และเครือบริษัทต่างๆ จนเข้าใจภูมิภาคนี้ สามารถดีลกับเขาได้จนได้รับการยอมรับ จนถึงปีนี้ หริ่นคิดว่าทุกอย่างได้วางไว้อย่างดี จนเราสามารถเป็นองค์กรที่ทำงานอย่างมีความสุขและไม่บีบคั้นมากเกินไปกับสิ่งต่างๆ ไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กดดันอะไรเลย แม้แต่ยอดขาย ของเราไม่มี กำไรที่ตั้งเป้า ไม่มี เรามีเพียงความศรัทธาที่อยากจะทำงานให้ผู้เที่ยวได้มีความสุขด้วย เท่านี้จริงๆ ค่ะ

เป้าหมายของเราคือ คนเที่ยวมีความสุข คนทำงานมีความสุข ขอให้ท่านจำเราเพียงเท่านี้ก็พอค่ะ 



ที่มา : ขอบพระคุณ นิตยสารเที่ยวรอบโลก ฉบับเดือนกรกฎาคม 2016 หน้าปกเที่ยวเจาะลึกเช็ค คอลัมน์ INTERVIEW


ທຣິບຂອງ รายการโทรทัศน์ครู

พาเที่ยวเชค โดยเนตรนภา แก้วแสงธรรมออกอากาศใน รายการโทรทัศน์ครู มี 3 ตอน ทางช่อง NBT

รายการโทรทัศน์ครู

พาเที่ยวเชค โดยเนตรนภา แก้วแสงธรรม
ออกอากาศใน รายการโทรทัศน์ครู มี 3 ตอน ทางช่อง NBT


ตอน 1 กรุงปราก / ปราสาทปราก, Mucha Museum, สะพานชาร์ลส


ตอน 2 โบสถ์กระดูกและตำนานปราสาทลี้ลับแห่งเชสกี้คลุมลอฟ

รักผู้หญิงคนนี้มาตลอด 8-9 ปี จากวันแรกที่รู้จักและเที่ยวด้วยกันที่เชค จนวันนี้ รักนางไม่น้อยลงเลย เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุดในสามโลก เป็นเพื่อนที่ทำให้ฉันเข้าใจความหมายของคำว่ากัลยาณมิตร เป็นแม่ของลูกที่อ่อนโยน น่ารัก มีเมตตา (คำคุณศัพท์ขยายทั้งคำว่าแม่และลูกนะคะ) เป็นคนที่มีอะไรเหมือนฉันหลายเรื่องมาก และเป็นคนที่ฉันรักมาก ที่ไหนในโลกก็ได้ที่มีหริ่น ฉันไปได้ทุกที่ ไม่ต้องคิดเลย!

วีรณา โอฬารรักษ์ธรรม ผู้อำนวยการ/โปรดิวเซอร์


ທຣິບຂອງ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

“เสน่ห์เช็ก” เรื่องเล่าจากนักเดินทางหลายคนเบื่อเวลาพูดถึงเรื่องเที่ยวยุโรปทีไร กระเป๋าสตางค์สะดุ้งทุกที เพราะถึงแม้ทุกวันนี้ค่าเงินบาทจะแข็งโป๊ก แต่ยังไงๆ การไปเที่ยวยุโรป ก็ยังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากเห็นความสวยๆ งามๆ ในบรรยา

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ตามรอยหนาวไป “ปราก” กับนักเขียนหัวใจเดินทาง ‘เนตรนภา แก้วแสงธรรม’

“เสน่ห์เช็ก” เรื่องเล่าจากนักเดินทาง

บทสัมภาษณ์เนตรนภา แก้วแสงธรรม

เมื่อปี 2550 เมื่อครั้ง กรุงปราก เป็น new destination สำหรับคนไทย 

หลายคนเบื่อเวลาพูดถึงเรื่องเที่ยวยุโรปทีไร กระเป๋าสตางค์สะดุ้งทุกที เพราะถึงแม้ทุกวันนี้ค่าเงินบาทจะแข็งโป๊ก

แต่ยังไงๆ การไปเที่ยวยุโรป ก็ยังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากเห็นความสวยๆ งามๆ ในบรรยากาศหรู คลาสสิค แบบเมืองเก่าอยู่ดี


นักเขียนในบ้านเราทุกวันนี้ มีมากกว่าดอกเห็ด แต่จะเป็นเห็ด หลังทิ้งผลงาน ‘ลมหนาวในปารีส’ ติดชาร์ทหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของร้านหนังสือได้ไม่นาน ‘เนตรนภา แก้วแสงธรรม’

กลับมาอีกครั้งกับผลงานล่าสุด ‘ปรากในรอยหนาว’ สารคดีเชิงท่องเที่ยวที่จะทำให้คนอ่านสนุกไปกับการท่องเที่ยวเชิงตำนาน ศิลปะ และภาพการเดินทางที่นำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิตของเธอ
โดยส่วนตัวแยกการเดินทาง การท่องเที่ยว ออกจากกันอย่างไร


ระหว่างการเดินทาง กับการท่องเที่ยวนั้น หลายคนก็คงบอกว่า แตกต่างกัน ความแตกต่างในมุมมองของตัวเองมองว่า ถ้าพูดในความหมายของการเดินทางนั้นหมายถึง การเดินทางที่ให้ความสำคัญในระหว่างทางที่ไปด้วย แต่สำหรับการท่องเที่ยวนั้น ความสำคัญอาจจะมองไปที่จุดหมายปลายทางที่ไป ที่สำคัญนักเดินทางนั้น ระหว่างทางที่เดินไปนั้นจะต้องมองข้ามความสะดวกสบาย และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางนั่นแหละคือความสนุก

วางตัวเองเป็นอะไร


จริง ๆ อยากจะเป็นนักเดินทาง แต่ด้วยความที่สไตล์ส่วนตัวเป็นคนที่รักสบาย (หัวเราะ) เหมือนคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ไม่อดทนต่อการดั้นด้นอะไรมาก จึงถือว่ายังเป็นนักเดินทางระยะต้นอยู่ เคยไปหลายๆ ประเทศ แต่ในหลายครั้งก็ไม่ลุย และในหนังสือจะสารภาพกับผู้อ่านเสมอว่าเรายังรักสบาย

และคิดว่าการที่คนเราจะเรียกตัวเองเป็นนักเดินทางได้ คงต้องสะสมการเดินทางมาพอสมควร จนรู้ว่าต้องเดินทางอย่างไร ตอนนี้จึงยังไม่เรียกตัวเองว่าเป็นนักเดินทาง เรียกว่าเป็นนักชอบเที่ยวดีกว่า

ความสุขในการเดินทางของคุณ คืออะไร


การที่เราได้ไปในสถานที่ที่เราไม่เคยได้จินตนาการมาก่อน เหมือนเราได้เข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ เช่น การไปที่ยังเมืองเวนิสที่เราอาจจะเคยเห็นเมืองนี้ในโทรทัศน์ หรือโปสเตอร์ ก็ยังไม่เท่ากับการที่เราไปเห็นภาพ 360 องศา ฉะนั้น ความสุขของการเดินทาง โดยส่วนตัวมองว่าอยู่ที่บรรยากาศ คำว่า บรรยากาศ หมายถึง ลมหายใจที่สูดเข้าไป ภาพที่ตาเห็น ยิ่งเป็นภาพแรกที่เราได้เห็น มันจะได้ความรู้สึกแปลกใหม่ เป็นเหมือนเสน่ห์ เป็นยาเสพติด ที่ทำให้เราอยากไปยังเมืองนั้นอีก แต่ละเมืองก็จะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป บางครั้งก็เรียกมันว่า “กลิ่น” เช่น กลิ่นของลมหนาวในปารีสที่อาจจะติดตัวเราไปตลอด หรือ เมืองฟอเรนที่มันมีความสงบ บรรยากาศที่สงบ ขรึม งาม ในขณะที่เวนิส อาจจะให้ความรู้สึกสง่างามน่าเกรงขาม เก่าแก่ น่าเคารพ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณได้เยือนปราก


คงต้องบอกว่า มันเป็นความบังเอิญที่ทำให้เรารู้สึกว่า เมืองบางเมืองที่เราไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้ไป แต่จังหวะชีวิตที่เราพร้อมที่จะเดินทางทำให้เราได้ไป ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ปรากเป็นเมืองที่มีคนเคยชวนไปเที่ยว แต่ก็ไม่ได้ไป เพราะตอนนั้นจังหวะยังไม่พร้อม และความสนใจยังมีไม่มากพอ แต่วันหนึ่ง เมื่อเราได้ไปเจอคนแปลกหน้าพูดเชิญให้เราได้เยือนเมืองเกิดของเขา ด้วยความที่เรามีจิตวิญญาณของการอยากเดินทางที่อยู่ในตัวตลอดเวลา พอได้ยินปุ้บมันทำให้เราตอบรับได้อย่างไม่กลัว โดยส่วนตัวมองว่า นักเดินทางและนักท่องเที่ยวจะมีสัญชาตญาณนักผจญภัยอยู่ในตัว พอเขาชวนให้ไปสิ ซึ่งคำชวนอย่างนี้เราได้ยินบ่อย ๆ จากชาวต่างชาติ แต่สำหรับบางคนแล้ว ได้ยินไม่ได้ ได้ยินแล้วต้องไป (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นอย่าได้เชิญ ในโลกทุกวันนี้มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราต้องรู้จักคุยกับคนแปลกหน้า เหมือนกับหนังสือ ถ้าเราอ่านแต่เนื้อหา หรือประเด็นที่เราชอบ เราอาจจะได้ความสุขที่ได้อ่าน แต่เราจะไม่ได้อะไรที่แปลกใหม่ ลองเอาคอลัมน์ หรือเอาหนังสือที่เราไม่เคยอ่าน มาอ่าน หรือรายการทีวีที่เราไม่เคยชอบมาลองดู ก็จะทำให้เราได้เห็นสีสันที่แปลกใหม่ เช่นเดียวกับการคุยกับคนแปลกหน้า เราจะรู้สึก Amezing นั่นจะทำให้เรารู้สึกว่า โลกของเราน่าอยู่ โลกของเรากว้างขึ้น ในขณะที่ ถ้าเรากลัวที่จะคุยกับคนแปลกหน้า เราก็จะไม่ได้อะไรใหม่เลย จะอยู่กับสิ่งเดิม ๆ ฉะนั้น จุดเริ่มต้นในการไปเที่ยวปราก หนึ่ง คือ สัญชาติญาณในการผจญภัยของนักท่องเที่ยวในตัว สอง คือ การเปิดโอกาสให้กับตัวเอง ไว้วางใจคนแปลกใจ และคุยกับคนแปลกหน้า ซึ่งมันก็ไม่ใช่ 100 เปอร์เซ็นต์ที่เราไว้ใจได้ แต่เราก็ต้องรู้จักวิธีคบ รู้เท่าทัน
ไฮไลท์ของการไปเที่ยวปรากครั้งนี้ คืออะไร


ฤดูกาลที่ไป เนื่องจากได้ไปในช่วงใกล้คริสต์มาส ทำให้เราได้เจอบรรยากาศการเฉลิมฉลอง สองคือ บรรยากาศของหิมะที่หนาวสุด ๆ จึงทำให้ปรากอยู่ในความหนาวที่สวยด้วยสีพลาสเทล แม้ปรากเป็นเมืองเล็ก ๆ ก็จริง แต่ยิ่งใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยวนะ เพราะมันเที่ยวได้ทุกจุด ทุกหัวมุมถนน และเราหาความงดงามได้ทุกหัวมุมตึก การเดินทางบางครั้งเราไม่ได้ตั้งความหวังมาก่อน แต่ใครจะรู้ว่ามันอาจจะเป็นชะตาชีวิต เหมือนการเดินทางครั้งนี้ทำให้เราได้รู้จักคนใหม่ ๆ และกลายมาเป็นคนที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และไม่ใช่แค่เพื่อนใหม่ระหว่างทาง กลับมาเราก็ยังได้ติดต่อกันอีก ทำให้เราได้กลับไปเที่ยวอีกหลายครั้ง และจากการเดินทางครั้งนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรอย่างหนึ่ง คือ เราอาจจะเกิดในดินแดนหนึ่ง แต่เราอาจจะมีบ้านอีกหลังหนึ่งที่ไกลออกไป และเชื่อว่านี่คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคน เมื่อเดินทางไปหลาย ๆ ประเทศแล้วจะมีบ้านหลังที่สอง บ้านที่แม้เราจะกลับมาแล้วก็ยังคิดถึง ซึ่งจากที่ไปเที่ยวมาหลาย ๆ ประเทศ เราก็รู้ว่า ปราก คือบ้านหลังที่สองที่เลือกแล้ว.... และโดยส่วนตัวเชื่อว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดจากการเดินทาง มันไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่มันคือ การไปค้นหาบ้านหลังที่สองด้วย....
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดเป็นหนังสือ “ปรากในรอยหนาว” ขึ้นมา ด้วยความประทับใจแรกที่ยังฝังใจ และเป็นการทำความรู้จักปรากครั้งแรกของเรา
เสน่ห์ของปรากในความคิดของคุณ


ปรากเป็นเมืองที่ต้องรู้ตำนานของเขาจึงจะเที่ยวอย่างสนุก และซาบซึ้ง จะมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่รู้ตำนานของที่นี่ ก็อาจจะเห็นแค่ตึกเก่า ปรากถือเป็นเมืองที่มีตำนานเยอะมาก แต่เราคัดสรรมาเพียงส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างฝรั่งเศส เขาจะมีตำนานเหมือนกัน แต่เขาจะใส่ความยิ่งใหญ่ให้มันดูน่าเกรงขาม หรือเมืองอิตาลี ด้วยความเก่าแก่ และยิ่งใหญ่ก็จะเล่าผ่านความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ แต่สำหรับปราก ด้วยความที่เขามีศิลปะ และกอปรกับเขาถูกบลอกจากความเป็นคอมมิวนิสต์ ทำให้เขาต้องเลี่ยงโดยการเล่าผ่านประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับความเป็นจินตนาการผ่านตำนาน เอาความจริงมาแปลงเป็นตำนาน ที่สำคัญเป็นตำนานที่สนุก มันเป็นวัฒนธรรมของเขา นี่คือเสน่ห์ของปราก แต่นอกจากความยิ่งใหญ่แล้ว อันหนึ่งจะมีตำนานเศร้า เนื่องจากเขาผ่านช่วงสงครามคอมมิวนิสต์มาเป็น 50 ปี คนส่วนใหญ่ของปรากอดยากไม่มีจะกินมาก่อน ตำนานส่วนใหญ่จึงออกมาเศร้า ทำให้เรารู้ได้อย่างหนึ่งว่า ตำนานมันเกิดมาจากประชาชนที่ไม่ได้สุขสบาย มีชีวิตที่ลำบาก แต่เจือจานความสุขภายในใจด้วยตำนาน เส้นทางที่ในหนังสือเล่มนี้ที่เล่ามาเป็นเส้นทางที่พลาดไม่ได้ ถ้าไปปรากแล้วไม่ได้ไป ถือว่ายังไม่ไปไม่ถึงปราก เราจะไม่ได้เห็นในสิ่งที่ควรเห็น แต่ถ้าเป็นการเที่ยวปรากในเชิงลึกต้องรอเล่ม 2 ที่เขียนอยู่ ซึ่งจะมีเรื่องราวของสถานที่ที่สวยที่สุด คือ พระราชวังโทจาในปราก ซึ่งมีภาพวาดในยุคสงครามกรุงทรอยขนาดเท่าสนามฟุตบอล สวยงามมาก เขาวาดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดสงครามทรอยที่ยาวนาน

บอกได้เลยว่าไม่เคยเห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เห็นแล้วน้ำตาซึม ต้องรอดูในเล่ม 2 ต่อจากนี้ มีภาพมาฝากผู้อ่านด้วย

คนที่เหมาะกับการเที่ยวปราก


น่าจะเป็นคนที่ชอบความเล็กที่น่าจดจำ ชอบความโรแมนติก ชอบความเป็นธรรมชาติ ชอบความไม่ตกแต่ง งามแต่ไม่หรูหรา ความเรียบง่ายที่มีเสน่ห์ คนที่ไม่ชอบอะไรใหญ่ ๆ อลังการระดับโลก แต่ชอบศิลปะ แต่การเที่ยวปรากเหมือนได้เที่ยวในยุโรปในราคาแค่ครึ่ง เพราะความสวยงามของปรากนั้นไม่แพ้ปารีส อิตาลี และเมืองที่เป็น Top Hit ทั้งหลาย แต่ค่าครองชีพถูกกว่าเกินครึ่งเพราะเขายังไม่นิยมใช้เงินยูโร จะใช้เงินโครนกันส่วนใหญ่ ทำให้ค่าท่องเที่ยวยังถูก ยกตัวอย่างการเดินทาง 10 วัน ค่าใช้จ่ายในเมืองปรากไม่ถึง 1 หมื่นบาท ซึ่งเงินที่ถูกใช้จ่ายไปนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นการซื้อของฝากมากกว่า เราสามารถอยู่ได้อย่างสบาย ๆ ในปรากได้วันละ 1 พันบาท โดยไม่รวมค่าที่พัก ยกตัวอย่างการเดินทาง เราสามารถเดินทางด้วยรถรางและรถไฟฟ้าใต้ดิน เที่ยวได้ทั่วเมือง ส่วนค่าที่พักในปรากเทียบแล้ว เท่ากับโรงแรมบ้านเรา ในขณะที่เที่ยวเมืองอื่นในยุโรป เราอาจจะเสีย 50 ยูโรต่อคืน หรือ 3 พันกว่าบาท แต่ในปรากคุณสามารถพักได้ในราคา 1 พันกว่าบาทต่อคืน

มีที่เที่ยวที่ค่าเข้าราคา 16 บาทจริงหรือ


มี แค่ 10 โครน ซึ่งเป็นค่าตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ที่คุณสามารถชมภาพเขียน 99 ภาพ ซึ่งเขียนจากผ้าที่ซับพระโลหิตพระเยซู อายุ 1,000 กว่าปี นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย ๆ ที่ ที่สามารถเข้าได้แค่หลักร้อย หรือซื้อบัตรเที่ยวพิพิธภัณฑ์4 วัน 750 บาท บางคนไปเที่ยวยุโรปเมืองอื่น แค่ข้าเข้าพิพิธภัณฑ์ 700-1,000 บาท บางคนก็เลือกที่จะไม่เข้าไป ไปถ่ายรูปแค่หน้าประตูแล้วกลับ คิดว่าพอแล้ว แต่เป็นความพอแล้วแบบหลอกตัวเอง เพราะคุณไม่ได้เข้าไปเห็น ในขณะที่หลาย ๆ คนเข้าไปเที่ยว แต่กลับมาเมืองไทยด้วยความเครียด เพราะราคาแพงมาก แต่ปรากคุณสามารถเที่ยวพิพิธภัณฑ์กี่ที่ก็ได้ ในเวลา 4 วัน เพียง 750 บาท

ปัญหาที่จะพบได้ในการเดินทางในปราก


อันดับหนึ่งที่คนในยุโรปจะรู้กันดี คือเรื่องการวิ่งราวกระเป๋า มีการสำรวจในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ปรากเป็นเมืองที่มีคนถูกวิ่งราวมากที่สุด เป็นสิ่งที่ควรระวังมากที่สุด เพราะเขาจะทำเป็นกระบวนการ เราต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่มาล้อมหน้าล้อมหลังเราเพื่อถามทาง เราต้องระวังกระเป๋า ให้ระวังคนยิปซี หรือคนที่แต่งตัวดี ๆ เข้ามาถามทาง อย่าประมาท

ปรากมีลักษณะของการเป็นเมืองเก่า เราควรทำตัวอย่างไรในการไปเที่ยว

ทุกที่ก็คงเหมือนกัน อยากให้นักท่องเที่ยวเคารพในความเป็นวัฒนธรรมของเขา เมื่อเราเข้าไป ก็ควรเปิดตาที่จะทำความรู้จักกับวัฒนธรรมของเขาไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเคารพในความเป็นเมืองของเขา คนเมืองก็ย่อมยินดีต้อนรับและมีน้ำใจ คนปรากถอดรองเท้าเข้าบ้านเหมือนกัน มีการกล่าวสวัสดีกันเหมือนคนฝรั่งเศส หรือแม้แต่คุณไปซื้อตั๋ว ถ้าคุณกล่าวสวัสดี แน่นอนว่าคนย่อมได้รับการต้อนรับ แม้จะเป็นสิ่งที่เราไม่ทำก็ได้ก็ตาม แต่ถ้าทำผลดีก็จะเกิดกับคุณเอง เพราะคนปรากกับคนไทย จริง ๆ คล้ายกัน คือ ถ้าเปิดใจให้ใครแล้ว เขาก็จะจริงใจกับคนนั้นเลย เพียงแต่คนปรากอาจจะไม่ได้เป็นเจ้าบ้านที่ต้อนรับ หรือยิ้มให้เราก่อน แต่ลึก ๆ คนปรากจริงใจ ขอให้เราเปิดใจให้เขาก่อน และให้เข้าใจเสมอว่า คนปรากจะไม่ใช่พวกที่สร้างภาพ ไม่โกหก
การเดินทางครั้งนี้ให้อะไรกับชีวิตคุณบ้าง


การเดินทางบางที่ให้ความประทับใจ ในขณะบางที่ก็ให้ความทรงจำในชีวิต แต่การเดินทางไปปรากครั้งนี้เป็นเหมือนทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต จากจุดเริ่มต้นที่คุยกับคนแปลกหน้า กลายเป็นว่าเราได้เพื่อน และได้การเดินทางกลับไปอีกหลาย ๆ ครั้ง เหมือนได้บ้านหลังที่สองที่เราไม่คาดคิดมาก่อน จากที่เราไม่เคยรู้จักปรากเลย แต่วันนี้เรามีเพื่อน มีพี่ มีน้อง และหนังสือเล่มนี้ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ร่วมกับเพื่อนชาวเช็กฯ ทำให้เชื่อได้ว่า การเดินทางมันไม่ใช่แค่สัญชาตญาณของการออกไป แต่เป็นสัญชาตญาณของการคบคน การเรียนรู้คน และการใช้ชีวิต ทำให้เรากล้าเผชิญโลก เหมือนบทเรียน ไม่ใช่แค่เที่ยว มันเป็นการลงทุนในชีวิตที่คุ้มค่า ขอแค่เดินทางให้เป็น แล้วการเดินทางจะให้อะไรมากกว่าแค่ความทรงจำ



‘ปราก’ เมืองร้อยตำนาน ล้านเรื่องเล่า
ถ้าใครที่ชอบเที่ยวแบบเทพนิยายปรัมปรา
สัมผัสตำนานเมือง เรื่องเล่าขลังเก่าแก่
คลาสสิคเหมือนเจ้าหญิงแบกเป้พลัดหลง
ต้องเที่ยว ‘ปราก’

เรื่องเล่าการเดินทางแสนคลาสสิคในเมืองร้อยตำนาน ล้านเรื่องเล่า ที่จะทำให้คุณได้กลิ่นเทพนิยายตลอดเส้นทาง...


ปรากได้รับการขนานนามว่า “หัวใจของยุโรป” เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของทวีปยุโรป เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยทองคำ ศูนย์กลางของนักเล่นแรแปลธาตุ มีคนเคยบอกว่า หากจะบอกว่า กรุงโรมสร้างจากภูเขาทั้งเจ็ด ปรากก็สร้างจากภูเขาทั้งเก้า จนทำให้เมืองเล็กๆ บ้านเรือนงดงามแห่งนี้มีสโลบที่งดงามไปทั่วเมือง ปรากเป็นเมืองหนึ่งในประเทศเช็กฯ ตั้งอยู่ในหุบเขาใจกลางทวีปยุโรป

พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นหุบเขา มีประชากรแต่ 10 ล้านคน ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในปี ค.ศ.1989 เป็นเมืองอากาศไม่ต่างจากยุโรปที่หนาวแทบทั้งปี จะมีอากาศดีปีละ 3-4 เดือน

ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดเห็นจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม ที่สำคัญ ปรากเป็นเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเมื่อต้นทศวรรษ 1990 จึงถือว่ายังเป็นเมืองใหม่ที่น่าเที่ยว อีกทั้งค่าเงินที่เรียกว่า “โครน” เมื่อเทียบกับเงินไทยแล้วไม่ห่างไกลกันนัก

ซึ่งก่อนค่าเงินจะเปลี่ยนเป็นยูโร ปรากจึงถือเป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป และสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นเสน่ห์ของปราก คือ ความเป็นเมืองแห่งตำนาน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไปเที่ยวปรากโดยไม่มีความรู้เรื่องตำนานของเขา คุณอาจจะเห็นแค่ตึกเก่า คร่ำคร่าที่ไม่อะไรน่าสนใจ แต่หากใครที่รู้ตำนานของปราก และสถานที่ต่างๆ ก็จะทำให้การเที่ยวครั้งนั้นของคุณได้สนุกสนาน ซาบซึ้ง ไปกับจินตนาการ การผจญภัยในเมืองเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ในใจใครหลายคน

นี่แหละ เสน่ห์ของปราก....


Tips : การเที่ยวเมืองแห่งตำนาน 

  • ไม่ต้องสนใจว่าคนปรากจะยิ้มให้คุณหรือเปล่า เพราะคนปรากยิ้มไม่เป็น ให้สนใจแค่กระเป๋าของคุณเอง
  • ควรเรียนรู้ศิลปะ สถาปัตยกรรม และตำนานของปรากจะทำให้คุณเที่ยวปรากได้อย่างสนุกขึ้น 
  • ข้อนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะบอก แต่ขอบอกหน่อย ในขณะที่ปรากแสดงความเข้มงวดต่อนักท่องเที่ยว แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงความจริงใจและความมีน้ำใจของคนปรากก็คือ บัตรท่องเที่ยวแบบ 4 วัน สำหรับเข้าพิพิธภัณฑ์ และพระราชวังของปรากในราคา 750 บาท 
  • การเที่ยวโดยรถไฟใต้ดิน คุณต้องศึกษาการใช้ตั๋วรถไฟใต้ดินให้ดี ไม่อย่างนั้นจะโดนปรับ โดยคนที่ใส่เสื้อเหมือนคนกวาดถนนบ้านเรา เขาคือเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว ถ้าคุณโดนปรับ ให้ยอมโดนปรับไปอย่างสง่างาม เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ค่อยฟังความคิดเห็นของคนเท่าไหร่ และถือเป็นคนที่ดุที่สุดในปรากก็ว่าได้



ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ section จุดประกาย