ถ้าอยากขับรถชมเทือกเขาแอลป์สวิสแบบเต็มอิ่มใน 5 วัน เส้นทางที่ลงตัวที่สุดคือออกจากซูริก ไต่ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ (Oberalp) ผ่านหุบเขาแม่น้ำไรน์ รุยเนาลตา (Ruinaulta) ข้ามไปพิชิตช่องเขาสเตลวิโอ (Stelvio) ฝั่งอิตาลี วนกลับทางช่องเขาเบอร์นินา (Bernina) แล้วปิดท้ายด้วยหุบเขาเองกาดีน (Engadine) ก่อนกลับซูริก ทริปนี้ทำได้ดีที่สุดช่วงฤดูร้อน ราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม เพราะช่องเขาสูงหลายแห่งปิดในฤดูหนาว
บทความนี้เป็นไกด์เส้นทางแบบวันต่อวันสำหรับคนที่รักการขับรถ ไม่ว่าจะอยากจับพวงมาลัยรถสปอร์ตเอง หรืออยากนั่งชมวิวสบายๆ ในรถตู้พร้อมคนขับ พร้อมไอเดียแทรกการนั่งรถไฟวิวสวยอย่าง Glacier Express และ Bernina Express ในย่านเดียวกัน สำหรับคนที่อยากเที่ยวสวิสแบบส่วนตัวกับ See You Again

ภาพรวมเส้นทาง 5 วัน
- วันที่ 1 ถึงซูริก รับรถ พักผ่อนปรับเวลา
- วันที่ 2 ซูริก - อันเดอร์มัทท์ - ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ - หุบเขาไรน์ รุยเนาลตา - คูร์ - เข้าเขตเองกาดีน
- วันที่ 3 วันใหญ่ของทริป: ช่องเขาสเตลวิโอ (อิตาลี) และช่องเขาเบอร์นินา
- วันที่ 4 เที่ยวหุบเขาเองกาดีนและช่องเขาสายสวย แล้วขับกลับซูริก
- วันที่ 5 คืนรถ เดินทางออกจากซูริก
ทั้งหมดอยู่ในแคว้นเกราบึนเดิน (Graubünden) ทางตะวันออกของสวิส ซึ่งเป็นแคว้นที่มีช่องเขาให้ขับมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และมีวันหนึ่งที่ข้ามพรมแดนเข้าอิตาลีตอนเหนือ เวลาขับที่ประมาณไว้ในบทความนี้คิดจากแผนที่ ยังไม่รวมเวลาแวะถ่ายรูป พักกินข้าว หรือรถติดช่วงฤดูท่องเที่ยว ซึ่งบนช่องเขาจริงมักใช้เวลามากกว่าตัวเลขบนแผนที่พอสมควร
วันที่ 1: ถึงซูริก รับรถ และพักให้พร้อม
วันแรกไม่ควรรีบขับไกล หลังบินมาหลายชั่วโมง ร่างกายยังไม่ปรับเวลา ควรรับรถแล้วเข้าที่พักในซูริกหรือรอบทะเลสาบซูริก ใช้ช่วงบ่ายเดินเล่นย่านเมืองเก่า ริมแม่น้ำลิมมัต (Limmat) และให้เวลาตัวเองทำความคุ้นเคยกับรถที่จะขับ โดยเฉพาะถ้าเป็นรถสมรรถนะสูงที่ไม่เคยขับมาก่อน
สิ่งที่ควรเช็กในวันแรก:
- เอกสารผู้ขับ: ใบขับขี่ไทยพร้อมใบขับขี่สากล และบัตรเครดิตของผู้ขับสำหรับมัดจำรถ
- สติกเกอร์ทางด่วนสวิส (vignette) ว่ารถมีแล้ว รถที่เช่าในสวิสส่วนใหญ่มีให้อยู่แล้ว แต่ควรถามให้ชัด
- เงื่อนไขการพารถข้ามไปอิตาลี เพราะวันที่ 3 จะออกนอกสวิส บริษัทเช่ารถบางแห่งต้องแจ้งล่วงหน้า
- ตั้ง GPS ให้หลีกเลี่ยงถนนที่ปิด และโหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ เพราะบางช่วงบนเขาสัญญาณโทรศัพท์อ่อน
วันที่ 2: ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ และหุบเขาแม่น้ำไรน์ รุยเนาลตา
ออกจากซูริกมุ่งหน้าลงใต้ เลียบทะเลสาบลูเซิร์นฝั่งแคว้นอูริ แล้วขึ้นเขาไปอันเดอร์มัทท์ (Andermatt) หมู่บ้านบนที่สูงใจกลางสวิส ระยะทางราว 110 กิโลเมตร ขับประมาณชั่วโมงครึ่ง จากตรงนี้ถนนเริ่มไต่ขึ้นช่องเขาโอเบอร์อัลป์
ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ (Oberalp Pass)
ช่องเขาโอเบอร์อัลป์สูงราว 2,044 เมตร เชื่อมแคว้นอูริกับแคว้นเกราบึนเดิน ถนนเป็นโค้งต่อเนื่องที่ขับสนุกแต่ไม่โหดเกินไป เหมาะเป็นช่องเขาแรกสำหรับอุ่นเครื่อง บนยอดมีทะเลสาบเล็กและประภาคารสีแดงที่ตั้งเป็นสัญลักษณ์ว่าใกล้ต้นแม่น้ำไรน์ เป็นจุดจอดถ่ายรูปยอดนิยม ถนนสายนี้ปิดในฤดูหนาว โดยทั่วไปเปิดราวปลายเมษายนถึงพฤษภาคม และปิดช่วงปลายตุลาคมถึงธันวาคมแล้วแต่หิมะ
ฝั่งเดียวกันนี้เป็นเส้นทางของรถไฟ Glacier Express ด้วย จุดสูงสุดของเส้นทางรถไฟสายนี้อยู่ที่ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ ราว 2,033 เมตร ถ้าจังหวะดีอาจได้เห็นรถไฟสีแดงแล่นผ่านทุ่งหญ้าขณะขับอยู่
ลงสู่หุบเขาไรน์ด้านบน
จากยอดโอเบอร์อัลป์ ถนนลงไปยังดิเซนทิส (Disentis) เมืองที่มีอารามเก่าโดดเด่นอยู่บนเนิน แล้วเลียบแม่น้ำไรน์ด้านบน (Vorderrhein) ไปทางตะวันออก ถนนช่วงนี้ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังพูดภาษาโรมานช์ ภาษาประจำชาติที่สี่ของสวิส

รุยเนาลตา (Ruinaulta) แกรนด์แคนยอนของสวิส
ระหว่างทางก่อนถึงเมืองฟลิมส์ (Flims) คือหุบเขาแม่น้ำไรน์ที่เรียกว่ารุยเนาลตา หน้าผาหินปูนสีขาวเกิดจากดินถล่มครั้งใหญ่ในยุคหลังน้ำแข็ง แล้วแม่น้ำไรน์ค่อยๆ กัดเซาะจนกลายเป็นหุบผาคดเคี้ยวอย่างที่เห็นทุกวันนี้ จุดชมวิวที่นิยมคือแท่นชมวิวใกล้หมู่บ้านคอนน์ (Conn) ซึ่งต้องจอดรถแล้วเดินต่อ ใครอยากเห็นหุบเขาจากด้านล่าง เส้นทางรถไฟของ Rhaetian Railway และรถไฟ Glacier Express ก็วิ่งเลียบแม่น้ำผ่านหุบนี้เช่นกัน
จากฟลิมส์ขับต่อไปคูร์ (Chur) เมืองหลักของแคว้น แล้วข้ามเขาเข้าสู่เขตเองกาดีน คืนนี้แนะนำให้พักแถวปอนเตรซีนา (Pontresina) หรือเซนต์มอริตซ์ (St. Moritz) เพื่อให้อยู่ใกล้ช่องเขาของวันพรุ่งนี้ ระยะทางรวมทั้งวันราว 290 กิโลเมตร เวลาขับบนแผนที่ราว 5 ชั่วโมง เมื่อรวมจุดแวะแล้วควรเผื่อทั้งวัน
วันที่ 3: ช่องเขาสเตลวิโอ และช่องเขาเบอร์นินา
วันนี้คือไฮไลต์ที่คนรักการขับรถรอคอย ควรออกเช้าเพื่อเลี่ยงรถและนักปั่นจักรยานที่จะมากขึ้นช่วงสาย

เส้นทางไปสเตลวิโอผ่านอุทยานแห่งชาติสวิส
จากปอนเตรซีนา ขับลงตามหุบเองกาดีนไปเซอร์เนซ (Zernez) แล้วขึ้นช่องเขาโอเฟน (Ofenpass) ที่ผ่านอุทยานแห่งชาติสวิส ป่าสนและลำธารสองข้างทางสวยมาก จากนั้นลงสู่หุบมึสแตร์ (Val Müstair) แล้วขึ้นช่องเขาอุมเบรล (Umbrail Pass) ที่ไปบรรจบกับถนนสเตลวิโอใกล้ยอดพอดี ช่องเขาอุมเบรลก็ปิดในฤดูหนาวเช่นกัน และมักเปิดช้ากว่าช่องเขาระดับต่ำกว่า
ช่องเขาสเตลวิโอ (Passo dello Stelvio)
สเตลวิโออยู่ในอิตาลี ติดชายแดนสวิส ยอดสูงราว 2,758 เมตร เป็นถนนข้ามเขาที่สูงที่สุดของอิตาลี และติดอันดับต้นๆ ของยุโรป ภาพที่คนทั่วโลกรู้จักคือถนนฝั่งตะวันออกจากหมู่บ้านปรัด (Prad) ผ่านทราโฟย (Trafoi) ที่มีโค้งหักศอก 48 โค้งเรียงกันไต่ขึ้นภูเขา ส่วนฝั่งบอร์มิโอ (Bormio) ทางใต้ก็มีอุโมงค์และโค้งสวยไม่แพ้กัน
ข้อควรรู้ก่อนขึ้นสเตลวิโอ:
- ถนนแคบในหลายช่วง โค้งหักศอกบางโค้งรถใหญ่ต้องถอยเลี้ยว ขับช้าและเผื่อระยะเสมอ
- มีนักปั่นจักรยานและรถมอเตอร์ไซค์จำนวนมากช่วงฤดูร้อน แซงเฉพาะเมื่อมองเห็นทางชัด
- บางวันในฤดูร้อนมีการปิดถนนให้เฉพาะจักรยาน และอาจปิดชั่วคราวเพราะอากาศ ควรเช็กวันปิดถนนของปีนั้นก่อนวางแผน
- บนยอดอากาศเย็นแม้เป็นหน้าร้อน ควรมีเสื้อกันหนาวติดรถ

บอร์มิโอ - ติราโน - ช่องเขาเบอร์นินา
ลงจากสเตลวิโอไปบอร์มิโอ เมืองสปาและสกีรีสอร์ตของอิตาลี เหมาะแวะกินมื้อกลางวันแบบอิตาเลียน แล้วขับลงหุบวัลเทลลินา (Valtellina) ไปติราโน (Tirano) เมืองชายแดนที่เป็นปลายทางของรถไฟ Bernina Express จากนั้นข้ามกลับเข้าสวิส ไต่ขึ้นหุบโพสคิอาโว (Valposchiavo) สู่ช่องเขาเบอร์นินา
ช่องเขาเบอร์นินาสูงราว 2,328 เมตร ถนนเลียบทะเลสาบสีเขียวอมฟ้าบนยอด มองเห็นธารน้ำแข็งของกลุ่มเขาเบอร์นินา และเป็นช่องเขาที่โดยปกติเปิดตลอดปี (ยกเว้นช่วงพายุหิมะ) ระยะทางรวมของวันนี้ราว 195 กิโลเมตร เวลาขับบนแผนที่ราว 3 ชั่วโมงครึ่ง แต่ด้วยถนนบนเขาและจุดแวะ ควรเผื่อทั้งวัน แล้วกลับไปพักที่เดิมในเองกาดีน

วันที่ 4: หุบเขาเองกาดีน ช่องเขาสายสวย แล้วกลับซูริก
เองกาดีนเป็นหุบเขาสูงที่มีทะเลสาบเรียงต่อกันหลายแห่ง ทั้งทะเลสาบเซนต์มอริตซ์ ซิลวาปลานา (Silvaplana) และซิลส์ (Sils) ช่วงเช้าแนะนำให้ขับเล่นเลียบทะเลสาบ แวะหมู่บ้านบ้านหินทาสีแบบเองกาดีน แล้วเลือกเส้นทางกลับซูริกตามสภาพอากาศและความชอบ
- ช่องเขาอัลบูลา (Albula Pass) ถนนแคบ วิวดิบ เปิดเฉพาะฤดูร้อน ลงไปทางแบร์กึน (Bergün) และใกล้สะพานรถไฟแลนด์วาสเซอร์ (Landwasser Viaduct) ก่อนต่อไปดาวอส (Davos) แล้วกลับซูริก ระยะทางรวมราว 230 กิโลเมตร
- ช่องเขาจูลิเยร์ (Julier Pass) ถนนกว้างกว่า โดยปกติเปิดตลอดปี เหมาะเป็นทางสำรองเมื่ออากาศไม่ดี
- ช่องเขาฟลือเอลา (Flüela Pass) เชื่อมเองกาดีนตอนล่างกับดาวอส ทะเลสาบบนยอดสวยมาก ปิดในฤดูหนาว
คืนสุดท้ายพักซูริกหรือใกล้สนามบิน จะได้ไม่เร่งในวันเดินทาง
วันที่ 5: คืนรถ และออกจากซูริก
เช้าวันสุดท้ายเติมน้ำมันให้ตามเงื่อนไขของบริษัทเช่ารถ ตรวจรถร่วมกับเจ้าหน้าที่ แล้วเดินทางไปสนามบิน ถ้าเที่ยวบินเป็นช่วงค่ำ ยังมีเวลาช้อปปิ้งในซูริกหรือแวะริมทะเลสาบก่อนบิน
อยากนั่งรถไฟวิวสวยด้วย แทรกตรงไหนดี
ย่านนี้เป็นบ้านของรถไฟวิวสวยที่ดังที่สุดสองสายของสวิส ทั้งสองสายอยู่บนเส้นทางของ Rhaetian Railway ซึ่งช่วงอัลบูลาและเบอร์นินาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
- Bernina Express วิ่งระหว่างคูร์หรือเซนต์มอริตซ์ ข้ามช่องเขาเบอร์นินาลงไปติราโนในอิตาลี จุดสูงสุดของเส้นทางอยู่ที่ออสปิซิโอเบอร์นินา ราว 2,253 เมตร ถ้าอยากสัมผัสรถไฟโดยไม่เสียวันขับ ทำได้โดยนั่งช่วงสั้นจากเซนต์มอริตซ์ไปอัลป์กรึม (Alp Grüm) แล้วกลับ ในเช้าวันที่ 4
- Glacier Express วิ่งระหว่างเซอร์แมทท์กับเซนต์มอริตซ์ ผ่านช่องเขาโอเบอร์อัลป์และหุบเขารุยเนาลตา ถ้ามีคนในคณะที่ไม่ขับรถ สามารถให้นั่งรถไฟบางช่วงในวันที่ 2 แล้วนัดเจอกันที่สถานี โดยมีรถตามไปรับ
รถไฟทั้งสองสายควรจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน ตารางเดินรถและค่าที่นั่งควรเช็กจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
ช่วงเวลาที่เหมาะ และเรื่องช่องเขาปิด
ช่องเขาสูงในเส้นทางนี้ส่วนใหญ่เปิดเฉพาะฤดูร้อน ช่วงที่มั่นใจที่สุดคือราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม โดยช่องเขาสเตลวิโอและอุมเบรลที่สูงกว่า 2,500 เมตร มักเปิดช้าและปิดเร็วกว่าช่องเขาอื่น วันเปิดปิดจริงขึ้นกับหิมะของแต่ละปี จึงต้องเช็กสถานะถนนก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ทั้งจากเว็บไซต์ของแคว้นเกราบึนเดิน และหน่วยงานท้องถิ่นฝั่งอิตาลี
ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคมวิวเขียวสวยที่สุดแต่คนเยอะที่สุด ส่วนกันยายนอากาศเริ่มเย็น คนน้อยลง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี เป็นช่วงที่หลายคนชอบสำหรับการขับรถ
ข้อควรรู้เรื่องการขับรถในสวิส
- ทางด่วนสวิสต้องมีสติกเกอร์ทางด่วน (vignette) และกล้องตรวจจับความเร็วเข้มงวดมาก ค่าปรับสูง
- ต้องเปิดไฟหน้ารถตลอดเวลา แม้กลางวัน
- บนถนนภูเขาแคบ ให้ทางแก่รถที่ขึ้นเขา และรถโดยสารไปรษณีย์สีเหลือง (PostBus) มีสิทธิ์ก่อนเสมอ
- ลงเขายาวๆ ใช้เกียร์ต่ำช่วยเบรก เพื่อไม่ให้เบรกร้อนเกินไป
- ปั๊มน้ำมันบนเขามีน้อย ควรเติมให้เต็มก่อนขึ้นช่องเขาทุกครั้ง
ถ้าจะเช่ารถขับเอง ก็จองผ่านแอพนี้
เทียบราคารถเช่าหลายบริษัทในหน้าเดียว ดูเงื่อนไขประกันและค่าคืนรถต่างเมืองก่อนจอง
ลิงก์พันธมิตร · เราอาจได้ค่าตอบแทนเล็กน้อยเมื่อคุณจอง โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน
อยากอ่านประสบการณ์ขับรถในสวิสเพิ่ม ดูได้ที่ หริ่นรีวิว วิธีขับรถเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ หน้าร้อนกับหน้าหนาวต่างกันอย่างไร
เที่ยวสวิสแบบส่วนตัวกับ See You Again ช่วยอะไรได้บ้าง
- เลือกรถได้ตามใจ อยากขับเองด้วยรถสปอร์ต รถเปิดประทุน หรือรถสมรรถนะสูง หรืออยากนั่งสบายๆ ในรถตู้พร้อมคนขับ เราช่วยหารถที่เหมาะกับคณะและช่วงวันเดินทาง
- วันเดินทางยืดหยุ่น เลือกวันเองได้ ปรับลำดับเส้นทาง เพิ่มหรือลดวัน หรือต่อทริปไปอิตาลีและส่วนอื่นของสวิส
- โรงแรมคัดทำเล เลือกที่พักที่อยู่ใกล้จุดเริ่มช่องเขา มีที่จอดรถ และวิวดี เพื่อให้แต่ละวันไม่ต้องขับย้อนไปมา
- ดูแลตลอดทริป วางเส้นทางให้พร้อมใช้กับ GPS เช็กสถานะช่องเขาให้ก่อนเดินทาง จัดรถรับส่งสนามบิน และมีทีมงานติดต่อได้ระหว่างทริป
ทัวร์ที่เกี่ยวข้อง
- ทัวร์ส่วนตัวสวิส - อิตาลี นั่งรถไฟเบอร์นินาเอ็กซ์เพรสและกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส 7 วัน 6 คืน (ITA020)
- ทัวร์ส่วนตัวแกรนด์สวิส 8 วัน 7 คืน (SWS005)
สนใจเส้นทางขับรถชมแอลป์สวิสและสเตลวิโอ ทักมาคุยกันได้เลยค่ะ เราจะช่วยวางเส้นทาง เลือกรถ และที่พักให้เหมาะกับคณะ ติดต่อพี่หริ่นทาง LINE 004207289999999 หรือโทร 083 035 9755 (10.00-17.00 น.) หรือทักแชทบนเว็บไซต์ได้ตลอดค่ะ
วางแผนเที่ยวเองก็สะดวก
ของที่คนไปเที่ยวเองมักต้องจองก่อนออกเดินทาง เราคัดผู้ให้บริการที่ใช้ได้จริงไว้ให้
มีภาษาไทย จ่ายเป็นเงินบาทได้
แอพที่คนไทยใช้กันเยอะ มีหน้าภาษาไทย
ภาพ: Jules Verne Times Two · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons
ตั๋วพิพิธภัณฑ์และสถานที่ดัง ใช้บนมือถือได้ทันที
เที่ยวเดียวเริ่มประมาณ 7,832 บาท (ธ.ค. 2569)
ลิงก์พันธมิตร · เราอาจได้ค่าตอบแทนเล็กน้อยเมื่อคุณจอง โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน
ให้หริ่นออกแบบทริปให้คณะคุณ