ขับรถเที่ยวเทือกเขาแอลป์สวิส 5 วัน: เส้นทางช่องเขาโอเบอร์อัลป์ สเตลวิโอ เบอร์นินา และเองกาดีน
RIN'S REVIEW

ขับรถเที่ยวเทือกเขาแอลป์สวิส 5 วัน: เส้นทางช่องเขาโอเบอร์อัลป์ สเตลวิโอ เบอร์นินา และเองกาดีน

ຣິນລີວິວ ໂດຍ ຣິນ

ถ้าอยากขับรถชมเทือกเขาแอลป์สวิสแบบเต็มอิ่มใน 5 วัน เส้นทางที่ลงตัวที่สุดคือออกจากซูริก ไต่ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ (Oberalp) ผ่านหุบเขาแม่น้ำไรน์ รุยเนาลตา (Ruinaulta) ข้ามไปพิชิตช่องเขาสเตลวิโอ (Stelvio) ฝั่งอิตาลี วนกลับทางช่องเขาเบอร์นินา (Bernina) แล้วปิดท้ายด้วยหุบเขาเองกาดีน (Engadine) ก่อนกลับซูริก ทริปนี้ทำได้ดีที่สุดช่วงฤดูร้อน ราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม เพราะช่องเขาสูงหลายแห่งปิดในฤดูหนาว

บทความนี้เป็นไกด์เส้นทางแบบวันต่อวันสำหรับคนที่รักการขับรถ ไม่ว่าจะอยากจับพวงมาลัยรถสปอร์ตเอง หรืออยากนั่งชมวิวสบายๆ ในรถตู้พร้อมคนขับ พร้อมไอเดียแทรกการนั่งรถไฟวิวสวยอย่าง Glacier Express และ Bernina Express ในย่านเดียวกัน สำหรับคนที่อยากเที่ยวสวิสแบบส่วนตัวกับ See You Again

ถนนคดเคี้ยวขึ้นช่องเขาโอเบอร์อัลป์ สวิตเซอร์แลนด์ ฤดูร้อน
ถนนขึ้นช่องเขาโอเบอร์อัลป์ช่วงฤดูร้อน (ภาพ: Pixabay / Monikas_Wunderwelt)

ภาพรวมเส้นทาง 5 วัน

  • วันที่ 1 ถึงซูริก รับรถ พักผ่อนปรับเวลา
  • วันที่ 2 ซูริก - อันเดอร์มัทท์ - ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ - หุบเขาไรน์ รุยเนาลตา - คูร์ - เข้าเขตเองกาดีน
  • วันที่ 3 วันใหญ่ของทริป: ช่องเขาสเตลวิโอ (อิตาลี) และช่องเขาเบอร์นินา
  • วันที่ 4 เที่ยวหุบเขาเองกาดีนและช่องเขาสายสวย แล้วขับกลับซูริก
  • วันที่ 5 คืนรถ เดินทางออกจากซูริก

ทั้งหมดอยู่ในแคว้นเกราบึนเดิน (Graubünden) ทางตะวันออกของสวิส ซึ่งเป็นแคว้นที่มีช่องเขาให้ขับมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และมีวันหนึ่งที่ข้ามพรมแดนเข้าอิตาลีตอนเหนือ เวลาขับที่ประมาณไว้ในบทความนี้คิดจากแผนที่ ยังไม่รวมเวลาแวะถ่ายรูป พักกินข้าว หรือรถติดช่วงฤดูท่องเที่ยว ซึ่งบนช่องเขาจริงมักใช้เวลามากกว่าตัวเลขบนแผนที่พอสมควร

วันที่ 1: ถึงซูริก รับรถ และพักให้พร้อม

วันแรกไม่ควรรีบขับไกล หลังบินมาหลายชั่วโมง ร่างกายยังไม่ปรับเวลา ควรรับรถแล้วเข้าที่พักในซูริกหรือรอบทะเลสาบซูริก ใช้ช่วงบ่ายเดินเล่นย่านเมืองเก่า ริมแม่น้ำลิมมัต (Limmat) และให้เวลาตัวเองทำความคุ้นเคยกับรถที่จะขับ โดยเฉพาะถ้าเป็นรถสมรรถนะสูงที่ไม่เคยขับมาก่อน

สิ่งที่ควรเช็กในวันแรก:

  • เอกสารผู้ขับ: ใบขับขี่ไทยพร้อมใบขับขี่สากล และบัตรเครดิตของผู้ขับสำหรับมัดจำรถ
  • สติกเกอร์ทางด่วนสวิส (vignette) ว่ารถมีแล้ว รถที่เช่าในสวิสส่วนใหญ่มีให้อยู่แล้ว แต่ควรถามให้ชัด
  • เงื่อนไขการพารถข้ามไปอิตาลี เพราะวันที่ 3 จะออกนอกสวิส บริษัทเช่ารถบางแห่งต้องแจ้งล่วงหน้า
  • ตั้ง GPS ให้หลีกเลี่ยงถนนที่ปิด และโหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ เพราะบางช่วงบนเขาสัญญาณโทรศัพท์อ่อน

วันที่ 2: ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ และหุบเขาแม่น้ำไรน์ รุยเนาลตา

ออกจากซูริกมุ่งหน้าลงใต้ เลียบทะเลสาบลูเซิร์นฝั่งแคว้นอูริ แล้วขึ้นเขาไปอันเดอร์มัทท์ (Andermatt) หมู่บ้านบนที่สูงใจกลางสวิส ระยะทางราว 110 กิโลเมตร ขับประมาณชั่วโมงครึ่ง จากตรงนี้ถนนเริ่มไต่ขึ้นช่องเขาโอเบอร์อัลป์

ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ (Oberalp Pass)

ช่องเขาโอเบอร์อัลป์สูงราว 2,044 เมตร เชื่อมแคว้นอูริกับแคว้นเกราบึนเดิน ถนนเป็นโค้งต่อเนื่องที่ขับสนุกแต่ไม่โหดเกินไป เหมาะเป็นช่องเขาแรกสำหรับอุ่นเครื่อง บนยอดมีทะเลสาบเล็กและประภาคารสีแดงที่ตั้งเป็นสัญลักษณ์ว่าใกล้ต้นแม่น้ำไรน์ เป็นจุดจอดถ่ายรูปยอดนิยม ถนนสายนี้ปิดในฤดูหนาว โดยทั่วไปเปิดราวปลายเมษายนถึงพฤษภาคม และปิดช่วงปลายตุลาคมถึงธันวาคมแล้วแต่หิมะ

ฝั่งเดียวกันนี้เป็นเส้นทางของรถไฟ Glacier Express ด้วย จุดสูงสุดของเส้นทางรถไฟสายนี้อยู่ที่ช่องเขาโอเบอร์อัลป์ ราว 2,033 เมตร ถ้าจังหวะดีอาจได้เห็นรถไฟสีแดงแล่นผ่านทุ่งหญ้าขณะขับอยู่

ลงสู่หุบเขาไรน์ด้านบน

จากยอดโอเบอร์อัลป์ ถนนลงไปยังดิเซนทิส (Disentis) เมืองที่มีอารามเก่าโดดเด่นอยู่บนเนิน แล้วเลียบแม่น้ำไรน์ด้านบน (Vorderrhein) ไปทางตะวันออก ถนนช่วงนี้ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังพูดภาษาโรมานช์ ภาษาประจำชาติที่สี่ของสวิส

หุบเขาแม่น้ำไรน์ แคว้นเกราบึนเดิน สวิตเซอร์แลนด์
หุบเขาแม่น้ำไรน์ รุยเนาลตา ที่ได้ชื่อว่าแกรนด์แคนยอนของสวิส (ภาพ: Pixabay / Monikas_Wunderwelt)

รุยเนาลตา (Ruinaulta) แกรนด์แคนยอนของสวิส

ระหว่างทางก่อนถึงเมืองฟลิมส์ (Flims) คือหุบเขาแม่น้ำไรน์ที่เรียกว่ารุยเนาลตา หน้าผาหินปูนสีขาวเกิดจากดินถล่มครั้งใหญ่ในยุคหลังน้ำแข็ง แล้วแม่น้ำไรน์ค่อยๆ กัดเซาะจนกลายเป็นหุบผาคดเคี้ยวอย่างที่เห็นทุกวันนี้ จุดชมวิวที่นิยมคือแท่นชมวิวใกล้หมู่บ้านคอนน์ (Conn) ซึ่งต้องจอดรถแล้วเดินต่อ ใครอยากเห็นหุบเขาจากด้านล่าง เส้นทางรถไฟของ Rhaetian Railway และรถไฟ Glacier Express ก็วิ่งเลียบแม่น้ำผ่านหุบนี้เช่นกัน

จากฟลิมส์ขับต่อไปคูร์ (Chur) เมืองหลักของแคว้น แล้วข้ามเขาเข้าสู่เขตเองกาดีน คืนนี้แนะนำให้พักแถวปอนเตรซีนา (Pontresina) หรือเซนต์มอริตซ์ (St. Moritz) เพื่อให้อยู่ใกล้ช่องเขาของวันพรุ่งนี้ ระยะทางรวมทั้งวันราว 290 กิโลเมตร เวลาขับบนแผนที่ราว 5 ชั่วโมง เมื่อรวมจุดแวะแล้วควรเผื่อทั้งวัน

วันที่ 3: ช่องเขาสเตลวิโอ และช่องเขาเบอร์นินา

วันนี้คือไฮไลต์ที่คนรักการขับรถรอคอย ควรออกเช้าเพื่อเลี่ยงรถและนักปั่นจักรยานที่จะมากขึ้นช่วงสาย

วิวยอดช่องเขาสเตลวิโอ มองลงไปเห็นถนนโค้งหักศอกและภูเขาหิมะ อิตาลี
มองลงจากยอดช่องเขาสเตลวิโอ เห็นถนนโค้งหักศอกไล่ลงหุบเขา (ภาพ: Pixabay / dendoktoor)

เส้นทางไปสเตลวิโอผ่านอุทยานแห่งชาติสวิส

จากปอนเตรซีนา ขับลงตามหุบเองกาดีนไปเซอร์เนซ (Zernez) แล้วขึ้นช่องเขาโอเฟน (Ofenpass) ที่ผ่านอุทยานแห่งชาติสวิส ป่าสนและลำธารสองข้างทางสวยมาก จากนั้นลงสู่หุบมึสแตร์ (Val Müstair) แล้วขึ้นช่องเขาอุมเบรล (Umbrail Pass) ที่ไปบรรจบกับถนนสเตลวิโอใกล้ยอดพอดี ช่องเขาอุมเบรลก็ปิดในฤดูหนาวเช่นกัน และมักเปิดช้ากว่าช่องเขาระดับต่ำกว่า

ช่องเขาสเตลวิโอ (Passo dello Stelvio)

สเตลวิโออยู่ในอิตาลี ติดชายแดนสวิส ยอดสูงราว 2,758 เมตร เป็นถนนข้ามเขาที่สูงที่สุดของอิตาลี และติดอันดับต้นๆ ของยุโรป ภาพที่คนทั่วโลกรู้จักคือถนนฝั่งตะวันออกจากหมู่บ้านปรัด (Prad) ผ่านทราโฟย (Trafoi) ที่มีโค้งหักศอก 48 โค้งเรียงกันไต่ขึ้นภูเขา ส่วนฝั่งบอร์มิโอ (Bormio) ทางใต้ก็มีอุโมงค์และโค้งสวยไม่แพ้กัน

ข้อควรรู้ก่อนขึ้นสเตลวิโอ:

  • ถนนแคบในหลายช่วง โค้งหักศอกบางโค้งรถใหญ่ต้องถอยเลี้ยว ขับช้าและเผื่อระยะเสมอ
  • มีนักปั่นจักรยานและรถมอเตอร์ไซค์จำนวนมากช่วงฤดูร้อน แซงเฉพาะเมื่อมองเห็นทางชัด
  • บางวันในฤดูร้อนมีการปิดถนนให้เฉพาะจักรยาน และอาจปิดชั่วคราวเพราะอากาศ ควรเช็กวันปิดถนนของปีนั้นก่อนวางแผน
  • บนยอดอากาศเย็นแม้เป็นหน้าร้อน ควรมีเสื้อกันหนาวติดรถ
โค้งหักศอกถนนช่องเขาสเตลวิโอ ฝั่งอิตาลี ใกล้ชายแดนสวิส
โค้งหักศอกฝั่งใต้ของช่องเขาสเตลวิโอ (ภาพ: Pixabay / hpgruesen)

บอร์มิโอ - ติราโน - ช่องเขาเบอร์นินา

ลงจากสเตลวิโอไปบอร์มิโอ เมืองสปาและสกีรีสอร์ตของอิตาลี เหมาะแวะกินมื้อกลางวันแบบอิตาเลียน แล้วขับลงหุบวัลเทลลินา (Valtellina) ไปติราโน (Tirano) เมืองชายแดนที่เป็นปลายทางของรถไฟ Bernina Express จากนั้นข้ามกลับเข้าสวิส ไต่ขึ้นหุบโพสคิอาโว (Valposchiavo) สู่ช่องเขาเบอร์นินา

ช่องเขาเบอร์นินาสูงราว 2,328 เมตร ถนนเลียบทะเลสาบสีเขียวอมฟ้าบนยอด มองเห็นธารน้ำแข็งของกลุ่มเขาเบอร์นินา และเป็นช่องเขาที่โดยปกติเปิดตลอดปี (ยกเว้นช่วงพายุหิมะ) ระยะทางรวมของวันนี้ราว 195 กิโลเมตร เวลาขับบนแผนที่ราว 3 ชั่วโมงครึ่ง แต่ด้วยถนนบนเขาและจุดแวะ ควรเผื่อทั้งวัน แล้วกลับไปพักที่เดิมในเองกาดีน

รถไฟเบอร์นินาเอ็กซ์เพรสแล่นริมทะเลสาบลาโกบิอังโก ช่องเขาเบอร์นินา สวิตเซอร์แลนด์
รถไฟ Bernina Express ริมทะเลสาบลาโกบิอังโก บนช่องเขาเบอร์นินา (ภาพ: Pixabay / hpgruesen)

วันที่ 4: หุบเขาเองกาดีน ช่องเขาสายสวย แล้วกลับซูริก

เองกาดีนเป็นหุบเขาสูงที่มีทะเลสาบเรียงต่อกันหลายแห่ง ทั้งทะเลสาบเซนต์มอริตซ์ ซิลวาปลานา (Silvaplana) และซิลส์ (Sils) ช่วงเช้าแนะนำให้ขับเล่นเลียบทะเลสาบ แวะหมู่บ้านบ้านหินทาสีแบบเองกาดีน แล้วเลือกเส้นทางกลับซูริกตามสภาพอากาศและความชอบ

  • ช่องเขาอัลบูลา (Albula Pass) ถนนแคบ วิวดิบ เปิดเฉพาะฤดูร้อน ลงไปทางแบร์กึน (Bergün) และใกล้สะพานรถไฟแลนด์วาสเซอร์ (Landwasser Viaduct) ก่อนต่อไปดาวอส (Davos) แล้วกลับซูริก ระยะทางรวมราว 230 กิโลเมตร
  • ช่องเขาจูลิเยร์ (Julier Pass) ถนนกว้างกว่า โดยปกติเปิดตลอดปี เหมาะเป็นทางสำรองเมื่ออากาศไม่ดี
  • ช่องเขาฟลือเอลา (Flüela Pass) เชื่อมเองกาดีนตอนล่างกับดาวอส ทะเลสาบบนยอดสวยมาก ปิดในฤดูหนาว

คืนสุดท้ายพักซูริกหรือใกล้สนามบิน จะได้ไม่เร่งในวันเดินทาง

วันที่ 5: คืนรถ และออกจากซูริก

เช้าวันสุดท้ายเติมน้ำมันให้ตามเงื่อนไขของบริษัทเช่ารถ ตรวจรถร่วมกับเจ้าหน้าที่ แล้วเดินทางไปสนามบิน ถ้าเที่ยวบินเป็นช่วงค่ำ ยังมีเวลาช้อปปิ้งในซูริกหรือแวะริมทะเลสาบก่อนบิน

อยากนั่งรถไฟวิวสวยด้วย แทรกตรงไหนดี

ย่านนี้เป็นบ้านของรถไฟวิวสวยที่ดังที่สุดสองสายของสวิส ทั้งสองสายอยู่บนเส้นทางของ Rhaetian Railway ซึ่งช่วงอัลบูลาและเบอร์นินาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

  • Bernina Express วิ่งระหว่างคูร์หรือเซนต์มอริตซ์ ข้ามช่องเขาเบอร์นินาลงไปติราโนในอิตาลี จุดสูงสุดของเส้นทางอยู่ที่ออสปิซิโอเบอร์นินา ราว 2,253 เมตร ถ้าอยากสัมผัสรถไฟโดยไม่เสียวันขับ ทำได้โดยนั่งช่วงสั้นจากเซนต์มอริตซ์ไปอัลป์กรึม (Alp Grüm) แล้วกลับ ในเช้าวันที่ 4
  • Glacier Express วิ่งระหว่างเซอร์แมทท์กับเซนต์มอริตซ์ ผ่านช่องเขาโอเบอร์อัลป์และหุบเขารุยเนาลตา ถ้ามีคนในคณะที่ไม่ขับรถ สามารถให้นั่งรถไฟบางช่วงในวันที่ 2 แล้วนัดเจอกันที่สถานี โดยมีรถตามไปรับ

รถไฟทั้งสองสายควรจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน ตารางเดินรถและค่าที่นั่งควรเช็กจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

ช่วงเวลาที่เหมาะ และเรื่องช่องเขาปิด

ช่องเขาสูงในเส้นทางนี้ส่วนใหญ่เปิดเฉพาะฤดูร้อน ช่วงที่มั่นใจที่สุดคือราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม โดยช่องเขาสเตลวิโอและอุมเบรลที่สูงกว่า 2,500 เมตร มักเปิดช้าและปิดเร็วกว่าช่องเขาอื่น วันเปิดปิดจริงขึ้นกับหิมะของแต่ละปี จึงต้องเช็กสถานะถนนก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ทั้งจากเว็บไซต์ของแคว้นเกราบึนเดิน และหน่วยงานท้องถิ่นฝั่งอิตาลี

ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคมวิวเขียวสวยที่สุดแต่คนเยอะที่สุด ส่วนกันยายนอากาศเริ่มเย็น คนน้อยลง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี เป็นช่วงที่หลายคนชอบสำหรับการขับรถ

ข้อควรรู้เรื่องการขับรถในสวิส

  • ทางด่วนสวิสต้องมีสติกเกอร์ทางด่วน (vignette) และกล้องตรวจจับความเร็วเข้มงวดมาก ค่าปรับสูง
  • ต้องเปิดไฟหน้ารถตลอดเวลา แม้กลางวัน
  • บนถนนภูเขาแคบ ให้ทางแก่รถที่ขึ้นเขา และรถโดยสารไปรษณีย์สีเหลือง (PostBus) มีสิทธิ์ก่อนเสมอ
  • ลงเขายาวๆ ใช้เกียร์ต่ำช่วยเบรก เพื่อไม่ให้เบรกร้อนเกินไป
  • ปั๊มน้ำมันบนเขามีน้อย ควรเติมให้เต็มก่อนขึ้นช่องเขาทุกครั้ง

ຖ້າຈະເຊົ່າລົດຂັບເອງ ກໍຈອງຜ່ານແອັບນີ້

ທຽບລາຄາລົດເຊົ່າຫຼາຍບໍລິສັດໃນໜ້າດຽວ ເບິ່ງເງື່ອນໄຂປະກັນ ແລະ ຄ່າສົ່ງລົດຕ່າງເມືອງກ່ອນຈອງ

ລິ້ງພັນທະມິດ · ພວກເຮົາອາດໄດ້ຄ່າຕອບແທນເລັກນ້ອຍເມື່ອທ່ານຈອງ ໂດຍລາຄາຂອງທ່ານບໍ່ປ່ຽນ

อยากอ่านประสบการณ์ขับรถในสวิสเพิ่ม ดูได้ที่ หริ่นรีวิว วิธีขับรถเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ หน้าร้อนกับหน้าหนาวต่างกันอย่างไร

เที่ยวสวิสแบบส่วนตัวกับ See You Again ช่วยอะไรได้บ้าง

  • เลือกรถได้ตามใจ อยากขับเองด้วยรถสปอร์ต รถเปิดประทุน หรือรถสมรรถนะสูง หรืออยากนั่งสบายๆ ในรถตู้พร้อมคนขับ เราช่วยหารถที่เหมาะกับคณะและช่วงวันเดินทาง
  • วันเดินทางยืดหยุ่น เลือกวันเองได้ ปรับลำดับเส้นทาง เพิ่มหรือลดวัน หรือต่อทริปไปอิตาลีและส่วนอื่นของสวิส
  • โรงแรมคัดทำเล เลือกที่พักที่อยู่ใกล้จุดเริ่มช่องเขา มีที่จอดรถ และวิวดี เพื่อให้แต่ละวันไม่ต้องขับย้อนไปมา
  • ดูแลตลอดทริป วางเส้นทางให้พร้อมใช้กับ GPS เช็กสถานะช่องเขาให้ก่อนเดินทาง จัดรถรับส่งสนามบิน และมีทีมงานติดต่อได้ระหว่างทริป

ทัวร์ที่เกี่ยวข้อง

สนใจเส้นทางขับรถชมแอลป์สวิสและสเตลวิโอ ทักมาคุยกันได้เลยค่ะ เราจะช่วยวางเส้นทาง เลือกรถ และที่พักให้เหมาะกับคณะ ติดต่อพี่หริ่นทาง LINE 004207289999999 หรือโทร 083 035 9755 (10.00-17.00 น.) หรือทักแชทบนเว็บไซต์ได้ตลอดค่ะ

ວາງແຜນທ່ຽວເອງກໍສະດວກ

ສິ່ງທີ່ຄົນໄປທ່ຽວເອງມັກຕ້ອງຈອງກ່ອນເດີນທາງ ພວກເຮົາຄັດຜູ້ໃຫ້ບໍລິການທີ່ໃຊ້ໄດ້ແທ້ໄວ້ໃຫ້

ລິ້ງພັນທະມິດ · ພວກເຮົາອາດໄດ້ຄ່າຕອບແທນເລັກນ້ອຍເມື່ອທ່ານຈອງ ໂດຍລາຄາຂອງທ່ານບໍ່ປ່ຽນ

ຢາກໄປແບບນີ້ແດ່?

ໃຫ້ຣິນອອກແບບທຣິບໃຫ້ຄະນະຂອງທ່ານ

ບໍລິການທີ່ກ່ຽວຂ້ອງກັບທຣິບນີ້